7วันอันตรายปีใหม่ยอดพุ่ง3วันตายแล้ว186เจ็บ1,654

ข่าว

นายแพทย์ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ในฐานะประธานแถลงข่าวศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2564 สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2563 เกิดอุบัติเหตุ 652 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 67 ราย ผู้บาดเจ็บ 642 คน สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วัน ของการรณรงค์ ตั้งแต่ วันที่ 29 – 31 ธ.ค. 63 เกิดอุบัติเหตุรวม 1,652 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 186 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 1,654 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 17 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 63 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 13 ราย และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 68 คน ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 38.04 ขับรถเร็ว ร้อยละ 34.36 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 85.95   นายแพทย์ ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2564 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2564 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ซึ่งเป็นวันที่สามของการรณรงค์ “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ ว่า ในวันนี้ประชาชนยังคงเฉลิมฉลองและเดินทางท่องเที่ยวอยู่ในพื้นที่ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน จึงได้ประสานจังหวัดเพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินงานของด่านชุมชนและจุดสกัดตามมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนควบคู่กับการเฝ้าระวัง และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 เน้นการเรียกตรวจยานพาหนะและความพร้อมของผู้ขับขี่ รวมถึงคัดกรองวัดไข้ประชาชนก่อนเข้าพื้นที่ ทั้งนี้ จากสถิติอุบัติทางถนนในช่วง 3 วันที่ผ่านมา พบว่า พฤติกรรมเสี่ยงดื่มแล้วขับเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด จึงให้เข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายควบคุมการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งเวลาจำหน่าย สถานบริการ และควบคุมไม่ให้มีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่เด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนจากการดื่มแล้วขับ รวมถึงดูแลเส้นทางสายรอง และเส้นทางโดยรอบสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะเส้นทางสถานที่ท่องเที่ยวบนยอดดอยและยอดภู ซึ่งระยะนี้สภาพอากาศหนาวเย็นและมีหมอกปกคลุมเส้นทาง ทั้งนี้ เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชน นพ.ขจรศักดิ์ ยังกล่าวถึงการเดินทางกลับ ของประชาชนหลังเทศกาลปีใหม่ในช่วงการแพร่ระบาด โควิด-19 ว่า ขอให้ทุกคนประเมินร่างกายของตนเอง โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว หาก เดินทางเข้าไป พื้นที่สีแดงต้องประเมินอาการตัวเองว่า มีอาการบ่งชี้ติดเชื้อหรือไม่ เช่น มีไข้ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว ไอมีเสมหะ หรือสูญเสียการรับรส รับกลิ่น สามารถไปพบตามสถานพยาบาลเพื่อตรวจอาการ และควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รับทราบว่ามาจากพื้นที่สีแดง นพ.ขจรศักดิ์ ยังยอมรับว่า ทุกคนมีโอกาสเป็นกลุ่มเสี่ยงในการติดเชื้อ โควิด-19 เนื่องจากร้อยละ 90 จะไม่มีอาการ ดังนั้นขอลดการเดินทางหรือคอยคัดกรองสังเกตอาการตัวเอง และป้องกันตัวเองเมื่อต้องเข้าไปในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง เช่น ร้านอาหาร ฟิตเนส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ยังแสดงความกังวล ต่อจำนวน ผู้เสียชีวิตและการ เกิดอุบัติเหตุในช่วงปีใหม่ ที่สะท้อนว่าประชาชนยังมีการเดินทางข้ามจังหวัดในจำนวนที่มาก อาจส่งผลกับตัวเลขผู้ติดเชื้อ โควิด-19 รายวันได้ เพราะไม่มีการห้ามเรื่องการเดินทางข้ามจังหวัด โดยคาดว่าหลังจากเทศกาลปีใหม่ จะสามารถประเมินสถานการณ์ผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ในประเทศได้อีกครั้ง ว่าจะรุนแรงกว่าในการระบาดระลอกแรกปีที่แล้ว เมื่อปีที่แล้วหรือไม่