เลื่อนโครงการพังงาพร้อมอีก15วัน

ข่าว ภูมิภาค
เลื่อนโครงการพังงาพร้อมอีก 15 วัน เหตุตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่ม พัฒนาระบบติดตาม และประชาชนไม่มั่นใจ

นายธรรมนูญ ศรีวรรธนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา

นายธรรมนูญ ศรีวรรธนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ได้แถลงต่อสื่อมวลชนกรณี ทางจังหวัดพังงา ขอเลื่อนการเปิดโครงการ 1 สิงหาคม 64 พังงาพร้อม ซึ่งเป็นโครงการเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถเข้าเที่ยวในพื้นที่จังหวัดพังงา เดิม กำหนดไว้ใน 3 พื้นที่ คือ พื้นที่ อ.เกาะยาว พื้นที่ อ่าวพังงา โดยรวมถึง เขาตาปู-เขาพิงกัน เกาะปันหยี และพื้นที่ แนวชายหาดตั้งแต่ ชายหาดเขาปิหลาย-บ้านน้ำเค็ม (อ.ตะกั่วทุ่ง อ.ท้ายเหมือง อ.ตะกั่วป่า)

โดยทาง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ได้แจ้งว่า หลังจากมีการประเมินสถานการณ์ความพร้อมในพื้นที่โดยเฉพาะปริมาณของผู้ติดเชื้อโควิดในแหล่งท่องเที่ยวทั้งโซนอันดามัน พบว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งความพร้อมของเทคโนโลยี แอปพลิเคชันในการติดตามนักท่องเที่ยว และ ความมั่นใจของประชาชนในพื้นที่ต่อนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทำให้ทางจังหวัดพิจารณาขอเลื่อนซึ่งจะเสนอกับทาง ศบศ. และ ศบค. ส่วนกลาง เพื่อขอเลื่อนให้ทางจังหวัดพังงา และกลุ่มจังหวัดอันดามัน ได้พัฒนาระบบการสื่อสาร แอปพลิเคชันต่างๆ รวมถึงมาตรการแก่นักท่องเที่ยว

เบื้องต้นทราบจากรายงานของ สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดพังงาว่า ทางผู้ประกอบการโรงแรม ที่พัก ในพื้นที่จังหวัดพังงา จะมีนักท่องเที่ยวเข้าพักในช่วงเดือน สิงหาคม – กันยายน 2564 ประมาณ 10,000 ราย มีรายได้ประมาณ 2,180.1 ล้านบาท

ทางนายธรรมนูญ กล่าวว่า ทางจังหวัดพังงา ได้พูดคุยและเจรจากับทางผู้ประกอบการในพื้นที่พังงามีความเห็นตรงกันว่าทางพังงา จะขอเลื่อนโครงการ พังงาพร้อม 1 สิงหาคม 64 นี้ เป็น 15 สิงหาคม 64 เพื่อให้สอดคล้องกันสถานการณ์การแพร่เชื้อโควิดที่รุนแรงขึ้นในขณะนี้ โดยในช่วงระหว่างนี้ทางพังงาจะเข้าพัฒนาระบบเริ่มตั้งแต่การจองการเดินทางเข้าพังงา การติดตามนักท่องเที่ยว ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์เพิ่มความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น ยอมรับว่าเมื่อมีการเลื่อน โครงการพังงาพร้อม ส่งผลกระทบต่อทางผู้ประกอบการท่องเที่ยว

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news