ศึกเลือกตั้งนายก อบจ. ครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ส่ง ผู้สมัครลงชิงตำแหน่ง ในนามพรรค เพียง 3 จังหวัด คือ 1.จังหวัดสงขลา ส่งนาย ไพเจน มากสุวรรณ์ หมายเลข 3 ทีมประชาธิปัตย์ อดีตรองอธิบดีกรมชลประทาน ที่มีฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์ ชนกับ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล หมายเลข 2 ทีมสงขลาประชารัฐ ที่เปิดตัวลงสนามเลือกตั้งท้องถิ่นมาแล้ว 2 ปี มีฐานเสียงกลุ่มผู้สนับสนุน ส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐ และยังได้รับการสนับสนุนจากพรรคภูมิใจไทย1 เขตด้วย 2.จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่งนาย ชุมพล กาญจนะ ผู้สมัครหมายเลข 2 อดีต ส.ส.หลายสมัย มีฐานเสียงจากแฟนคลับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะคลุกคลีการเมืองมาร่วม 20 ปี ชนกับ “พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว” หรือกำนันศักดิ์ อดีตนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.สุราษฎร์ธานี ผู้สมัครหมายเลข 6 ที่มี คะแนนเสียงจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จึงนับว่าเป็นศึกศักดิ์ศรีของพรรคประชาธิปัตย์ที่แพ้ไม่ได้ 3. จังหวัดสตูล ส่ง กำนันเกตุชาติ เกษา แม้จะมีฐานเสียงประชาธิปัตย์ แต่ ชนกับ “โกเตี๋ยน” สัมฤิทธิ์ เลียงประสิทธิ์ อดีต นายก อบจ.2 สมัย มีฐานเสียงจากพรรคภูมิใจไทย เพราะเป็นลุงของ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส.พรรคภูมิใจไทย และเป็นเพื่อนกับน้องชายนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและการกีฬา จึงมีฐานเสียงแน่นปึ้ก โกเตี๋ยน จึงมีคะแนนนิยมห่างกับคู่ต่อสู้ ขณะที่ การเลือกตั้งนายก อบจ. ในพื้นที่ฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดที่มีการแข่งขันดุเดือด คือ จังหวัดตรัง ศึกสายเลือด ระหว่าง บุ่นเล้ง โล่สภาพรพิพิธ หมายเลข 1 ทีมกิจปวงชน กับนายสาธร วงศ์หนองเตย หมายเลข 2 ทีมตรังพัฒนาเมืองตรัง น้องชายนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส. พรรคประชาธิปัตย์ โดยบุ่นเล้งรับไม้ต่อ จาก นายกิจ หลีกภัย น้องชาย นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ที่ครองแชมป์เป็นนายก อบจ.มา 25 ปี และบุ่นเล้ง ยังมี ทีม สจ. ทีมกิจปวงชนอยู่ในมือ และเป็นต่อด้วยฐานคะแนนเสียงแน่นปึ้ก จากตระกูล โล่สถาพรพิพิธ ตระกูลนักการเมืองทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศมายาวนาน และที่ถูกจับตามองมากสุดคือ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นศึกสายเลือดประชาธิปัตย์ ระหว่างตระกูล “เสนพงศ์-บุณยเกียรติ ในอดีต มาโนช เสนพงศ์ น้องชาย “เทพไท เสนพงศ์ ชนะ “พิชัย บุณยเกียรติ” น้องชาย “ชินวรณ์ บุณยเกียรติ แต่มีการฟ้องร้องเรื่องทุจริตเลือกตั้ง ที่สุดศาลสั่งจำคุกพี่น้อง “เสนพงศ์” และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นชนวนบาดหมางมาถึงปัจจุบัน เมื่อเปิดสนามรอบนี้ “พิชัย” ลงสมัคร มีคู่แข่งเบอร์ใหญ่ คือ นางกนกพร เดชเดโช มารดา นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.ปชป. ทำให้ ตระกูลเสนพงศ์ เข้ามาหนุน “เดชเดโช” เต็มที่เพื่อปิดทาง “พิชัย” และยังมี นายอนันต์ ทองอุ่น อดีตท้องถิ่นพัทลุง ผู้สมัครอิสระเข้ามาเป็นตัวสอดแทรก ส่วนจังหวัดชุมพร เป็นการแข่งขัน ระหว่าง นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีต สส. ชุมพร 6 สมัย มีฐานเสียงลูกชาย สส. สราวุธ เขต 2 ชุมพร ชนกับผู้สมัครเบอร์ใหญ่ นายนพพร อุสิทธิ์ พี่เขย ส.ส.ลูกช้าง สุพล จุลใส พรรครวมพลังประชาชาติไทย และ ส.ส.ลูกหมี ชุมพล จุลใส สส. ประชาธิปัตย์ จึงมีความได้เปรียบเรียกว่านอนมา ขณะจังหวัดภูเก็ตเป็นการแข่งขันระหว่าง เรวัติ อารีรอบ กลุ่มภูเก็ตหยัดได้ อดีต ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตเลขานุการ รมช.สาธารณสุข กับ โกยุส จิรายุส ทรงยศ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ที่เรวัต เป็นต่อ เพราะมีแรงหนุน จาก อัญชลี วานิช เทพบุตร อดีต สส.ปชป.หลายสมัย