นายกฯ เสียใจครอบครัวผู้เสียชีวิตบาดเจ็บกราดยิง-เข้มพกปืน

การเมือง ข่าว
นายกฯ แสดงความเสียใจครอบครัวผู้เสียชีวิต- บาดเจ็บ เหตุกราดยิง รร.เทพศิรินทร์ นนท์ ย้ำ เดินหน้าแก้กฎหมายคุมอาวุธปืน ชี้ ผู้ปกครองต้องร่วมรับผิดชอบ ปล่อยเด็กเข้าถึงปืน กำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านคุมเข้ม ย้ำไม่อนุญาตประชาชนพกพา ข้าราชการไร้หน้าที่ก็ห้ามพกปืนนอกเคหสถาน หวั่นพฤติกรรมลอกเลียนแบบ

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ว่า ขอแสดงความเสียใจต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมถึงน้อง ๆ นักเรียนทุกคนที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ดังกล่าว แม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย แต่ย่อมได้รับผลกระทบทางจิตใจ พร้อมทั้งได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่

 

ส่วนการลงพื้นที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีนั้น นายอนุทินกล่าวว่า จะไม่ลงก็ไม่ได้ เพราะขณะนี้เหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดได้เกิดขึ้นแล้ว สิ่งสำคัญคือการแก้ไขปัญหา และหามาตรการเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก

 

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนยังยืนยันในจุดยืนเดิม แม้ที่ผ่านมาเคยมีแรงกดดันให้ผ่อนคลายมาตรการเกี่ยวกับอาวุธปืน แต่ตนคัดค้านมาตลอด ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

“เพราะฉะนั้น เหตุการณ์นี้คงเป็นคำตอบสำหรับคนที่เคยพูดเรื่องเดิม ๆ กับผม โดยเฉพาะเรื่องปืนเถื่อน เพราะเราควบคุมอาวุธปืนที่ถูกกฎหมายได้ ส่วนอาวุธปืนเถื่อนก็ต้องเพิ่มการตรวจตรา และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด”

 

นายอนุทิน กล่าวว่า จะเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการพกพาอาวุธปืน เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นเพียงคำสั่งห้ามซื้อ ห้ามพกพาอาวุธปืนออกนอกเคหสถาน แต่ยังไม่มีอำนาจทางกฎหมายที่เข้มแข็งเพียงพอในการบังคับใช้

 

“วันนี้ผมคิดว่าตัวเองน่าจะมีกำลังมากพอที่จะเสนอแก้กฎหมาย ไม่ให้ปืนกลายเป็นเครื่องทุ่นแรงของคนที่ขาดสติสัมปชัญญะ คนที่จะสามารถใช้และพกพาอาวุธปืนได้ ควรเป็นเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐในขณะปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น”

ส่วนประเด็นความกดดันภายในโรงเรียน นายอนุทิน กล่าวว่า ขออย่าเพิ่งรีบสรุป ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานสอบสวน พิสูจน์หลักฐาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมขยายผลว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และจะต้องหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง เพราะเด็กสามารถครอบครองและนำอาวุธปืน รวมถึงกระสุน เข้าไปภายในโรงเรียนได้ แม้โรงเรียนจะไม่สามารถตรวจค้นหรือเอกซเรย์สิ่งของได้ หากอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของผู้ปกครอง ก็ต้องดำเนินคดีกับผู้ปกครองด้วย เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง “ผู้ใหญ่ต้องมีหน้าที่ดูแล ไม่ให้เด็กเข้าถึงอาวุธเหล่านี้”

 

นายอนุทิน ยืนยันด้วยว่า ไม่ต้องการให้เกิดการเลียนแบบเหตุการณ์ในลักษณะนี้ และได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการป้องกันไว้แล้ว

 

โดย นายอนุทิน   เปิดเผยถึงยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ระหว่างเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลกำนัน ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม ประจำปี 2569 ว่า มีเหตุอันน่าเศร้าสลด ที่จังหวัดนนทบุรี มีการใช้อาวุธปืน ยิงทั้งครูและนักเรียนในโรงเรียนแห่งนั้น และมีผู้เสียชีวิตผู้บาดเจ็บ พอดีจึงต้องถือโอกาสมาบอกและกระจายไปยังกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ไม่ได้มาที่ทำเนียบรัฐบาล เราจะปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นไม่ได้เป็นอันขาด เป็นสิ่งที่บั่นทอน

 

นายอนุทินกล่าวอีกว่า ส่วนคนที่บาดเจ็บ และเสียชีวิต ต้องสูญเสียทั้งอนาคต และครอบครัวสูญเสียกำลังหลัก ขณะที่คนที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่สามารถหนีออกไปได้ แต่เกิดผลกระทบกับจิตใจอีกมาก สิ่งเหล่านี้ในฐานะที่ทุกคนเป็นนักปกครองต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก

 

“กระทรวงมหาดไทยในยุคผม ถ้าสังเกตจะไม่ให้พกปืน ผมไม่ให้ชาวบ้านทั่วไปคนธรรมดาที่ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่มีเหตุผลที่จะต้องครอบครองอาวุธปืน เพราะคนที่ครอบครองอาวุธปืนหรือใช้อาวุธเหล่านี้ได้ เขาต้องใช้สติสัมปชัญญะ แต่มีหลายครั้งเดินเข้าไปสู่เหตุการณ์ที่ทำให้เราขาดสติสัมปชัญญะ และเราจะทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ อย่าให้มีพวกอุปกรณ์อำนวยในสิ่งที่เขา จะไปก่อเหตุได้ เป็นส่วนที่ผม ไม่เคยอนุญาตให้มีการครอบครองปืนโดยประชาชนทั่วไป“ นายอนุทิน ระบุ

 

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ตนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักและกระทรวงมหาดไทยถูกวิจารณ์เช่นกันว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนจะค้าขายไม่ได้ ซึ่งตนก็ยืนหยัดกับความตั้งใจว่าจะไปดูคุณค่าทางการค้ามากกว่าสังคมที่มีแต่ความรุนแรงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม การก่อเหตุ ไม่ได้เกิดเหตุที่ใดที่หนึ่ง แต่อาจจะมีพฤติกรรมลอกเลียนแบบ อาจจะมีสิ่งที่เร้าใจให้คนที่นอกเหนือสติสัมปชัญญะก่อเหตุ แบบที่เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้น จึงต้องตัดไฟแต่ต้นลม และขอให้ทุกท่านเข้าใจว่าตั้งแต่ที่ตนเข้ามาเมื่อ 3 ปีก่อน และต่ออายุให้ไม่มีการอนุญาตพกพาอาวุธปืน ซึ่งยังแก้ไขกฎหมายไม่ได้

 

เพราะการเมืองในแต่ละยุคไม่เหมือนกัน ปลายยุคที่แล้วตนก็ไม่ได้เสียงข้างมาก แม้จะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ไม่สามารถแก้ไขกฎหมายได้

 

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า จะพยายามให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในชีวิต นั่นก็คือประกาศของกรมการปกครอง ลงนามโดยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่อนุญาตให้พกพาอาวุธปืน แม้จะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หากไม่ได้อยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ก็ไม่สามารถพกไปยังที่สาธารณะ หรือออกนอกเคหสถานได้ ประชาชนทั่วไปไม่ต้องพูดถึง เพราะฉะนั้น อย่าว่าเกิดเหตุแล้ววัวหายล้อมคอก เพราะนี่ล้อมคอกแต่ยังเล็ดรอดออกไป

 

นายอนุทินกล่าวอีกว่า หลังจากนี้ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ต้องขอความร่วมมือในการดูแลการครอบครองอาวุธปืน หากพบใครเดินกร่างไปมาในพื้นที่ของท่าน พกไปร้านอาหาร หรือนอกบ้านต้องถูกดำเนินคดีไม่มีผ่อนผัน ไม่เช่นนั้นจะไม่หลาบจำ และเมื่อเกิดเหตุอะไรขึ้น เขาก็จะถือว่าปืนเป็นเครื่องทุ่นแรงของเขาเสมอ ยิ่งคนไม่มีความชำนาญคล่องแคล่วก็ยิ่งน่ากลัว เล็งผิดเล็งถูกไปหมด เล็งคนนี้ไปโดนคนโน้น เล็งขาไปโดนหัวอย่างนี้ก็มี เพราะฉะนั้น เป็นสิ่งที่สังคมไทยจะปล่อยให้เกิดเหตุขึ้นไม่ได้

 

นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทำให้ตนต้องคอยรับฟังและอำนวยการสถานการณ์อยู่ จึงทำให้ไม่มีเวลาเพียงพอในการเปลี่ยนชุดเพื่อมาร่วมงานกับทุกท่านได้ ซึ่งวันนี้ตนเข้าใจว่าจะต้องลงพื้นที่ไปในจุดเกิด

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่