“สุชาติ” ชี้ข่าวลือรัฐบาลข้ามขั้วแค่สีสันการเมือง ไม่รู้แหล่งข่าวหวังดี หรือเจตนาอะไร ยันพรรคร่วมยังสามัคคี ชี้ภัยพิบัติจบ ปัญหาการเมืองโผล่เป็นปกติ สวนกลับ “ไอซ์ รักชนก” กล่าวหางบกระจุกแค่พื้นที่ สส.ภูมิใจไทย เหน็บ แย่! ตรวจสอบแต่ไร้องค์ความรู้ ต้องเป็นมืออาชีพกว่านี้ ลั่นรักษาผลประโยชน์สูงสุดในหน่วยงานที่ตัวเองรับผิดชอบ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะแกนนําพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว เขียว แดง ส้ม ว่า เป็นสีสันทางการเมือง และเป็นอย่างนี้ทุกครั้ง การเมืองเวลาที่ภัยพิบัติหรือปัญหาของประเทศเริ่มหมด ถูกแก้ปัญหาโดยรัฐบาลหมด ก็จะมีปัญหาการเมืองเข้ามาเป็นสีสัน แต่ในความจริง หรือการสร้างข่าวของแหล่งข่าว ไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าแหล่งข่าวนั้นมาจากไหน ความจริงก็ยังเห็นอยู่ว่าเราทํางานกันด้วยความสามัคคี เดินหน้าให้ประเทศชาติบ้านเมืองจนถึงทุกวันนี้ ไม่น่าจะเป็นแบบที่แหล่งข่าวพูด เราไม่รู้ว่าแหล่งข่าว ที่พูดมีความหวังดีต่อรัฐบาลหรือไม่ เราไม่สามารถทราบได้ แต่เป็นสีสันทางการเมือง ซึ่งสื่อมวลชนก็ทราบดี ว่า ในแต่ละปีมีข่าวอย่างนี้แทบทุกวัน แต่สุดท้ายก็เป็นเรื่องสีสันทางการเมือง
นายสุชาติ ยัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงการจัดสรรงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล 6,500 ล้านบาท ที่กว่าครึ่งกระจุกอยู่ในพื้นที่ สส.พรรคภูมิใจไทยว่า ตนมองว่าตั้งคำถามได้ แต่คำถามที่ตั้งต้องเป็นคำถามที่ควรเป็นเรื่องจริง อย่าสร้างความเชื่อผิดแบบเดิมๆ เช่น งบประมาณ 6,500 ล้านบาท เขาพูดถูกหมดว่า 1 พันกว่าล้านบาทเป็นหน่วยงานทำเอง แต่อีก 5 พันกว่าล้านบาทเป็นการประมูลงาน มีทีโออาร์ ซึ่งกรอบที่ตนให้ ยืนยันว่างบประมาณทั้งหมดตนรู้อยู่แล้วว่าจะมีคำถามอะไรตามมา จึง กำชับอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลว่า คำขอเรื่องน้ำบาดาลทั้งหมดจะต้องอยู่ในแผนน้ำอยู่แล้ว ต้องผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ผ่านการประชุมหลายขั้นตอน และพื้นที่ที่จะไปเจาะน้ำบาดาลต้องมีพื้นที่ภัยแล้งอยู่แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือ คำถามที่ว่าทำไมงบประมาณ 6 พันกว่าล้านบาท มาอยู่ที่พรรคภูมิใจไทย และมาพูดถึงกลุ่มตนว่างบอยู่ 3 พันล้านบาท ตนเป็นรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ลองไปดูในพื้นที่เขต 1 จ.ชลบุรี ของตนว่ามีหรือไม่ มันไม่ได้มีการสำรวจใหม่ ถ้าจำไม่ผิดเป็นคำขอเดิมตั้งแต่ปี 66 – 69 เป็นคำขอเดิมซึ่งขอมาจากองค์การปกครองส่วนท้อง ถิ่น (อปท.) ทุกที่ ซึ่งเขามีความเดือดร้อน จึงขอถามกลับว่า ถ้าเป็นรัฐบาล เป็นความหวังดีของนายกรัฐมนตรี ท่านรู้อยู่แล้วว่าประเทศไทย การพยากรณ์อากาศทั่วโลก เกิดซูเปอร์เอลนีโญ ขึ้นมาแล้วไม่มีน้ำใช้ รัฐบาลจะมานั่งขุดหรือเจาะน้ำบาดาลมาใช้ มันทันกินหรือไม่ และเมื่อรัฐบาลมีการพยากรณ์อากาศที่เป็นมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในประเทศไทย จึงมีแผนการเจาะน้ำบาดาลใต้ดินเอาขึ้นมาให้พี่น้องประชาชนที่มีพื้นที่แห้งแล้งใช้อุปโภคบริโภคและทางการเกษตร
นายสุชาติ กล่าวว่า จากที่ น.ส.รักชนก ได้พูดทั้งหมด ท่านอย่าลืมว่า มี สส.แบบแบ่งเขต 80 กว่าเขต อยู่ในกทม. 33 เขต อยู่นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ท่านว่าพื้นที่เหล่านี้เจาะบ่อบาดาลได้หรือไม่ หรือพื้นที่ทางการเกษตรและมีภัยแล้งเกิดขึ้นหรือไม่ อันนี้คนตรวจสอบต้องมีองค์ความรู้ของตัวเองด้วย ว่าการที่จะพูดอะไรออกมามันบ่งบอกถึงองค์ความรู้ว่า ไม่รู้มันแย่ถ้าเป็นฝ่ายค้าน นอกจากนี้ รู้ล่วงหน้าได้อย่างไรว่าวันที่ 8 ก.พ.69 พรรคการเมืองไหนจะได้ สส.กี่คน กี่เขต คำขอพวกนี้เกิดก่อนวันที่ 8 ก.พ.69 ทั้งนั้น เราไม่ได้มีการสำรวจ เป็นคำของบประมาณออร์แกนิคทั้งหมด มีการกระจายไปอยู่พรรคกล้าธรรม 1 พันกว่าล้านบาท ตนอยากให้มองว่าเป็นเรื่องของพี่น้องประชาชนเดือดร้อน อย่าเอามาเป็นเรื่องการเมือง ท่านต้องมีความคิดความอ่านที่จะเป็นฝ่ายค้านมืออาชีพมากกว่านี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า สิ่งที่ต้องการจะสื่อคือ การที่พรรคภูมิใจไทยได้งบเยอะ เพราะได้ สส.แบบแบ่งเขตเยอะใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ถ้าลองพรรคของ น.ส.รักชนก มี สส.200 คน ก็อาจได้งบประมาณมากที่สุดหรือไม่ เพราะเราไม่รู้ว่า ปี 69 เลือกตั้งมาใครจะได้มากกว่ากัน เราไม่ได้มองตัว สส.เป็นเกณฑ์ตั้ง เรามองพื้นที่คำขอของ อปท. ซึ่งตนรู้อยู่แล้วว่า คำถามที่จะตามมาคืออะไร ได้งบประมาณมาไปสำรวจเฉพาะในเขต สส. ตัวเองหรือไม่ นี่คือคำถามที่ทำให้สังคมไทยมีความสับสนกับนักการเมืองฝ่ายค้านที่ตรวจสอบโดยไม่มีองค์ความรู้ นี่คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดของการเมืองไทย โดยอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้เข้าไปชี้แจงที่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการงบประมาณแล้ว ตอบคำถามหมด ตอบอย่างหนึ่ง แต่เขามีการตั้งธงอีกอย่างหนึ่ง ออกมาจากห้องเขาก็พูดตามที่เขาตั้งธงไว้ นี่คือนิสัยของเขา อยากให้ประชาชนช่วยจับตาดูพฤติกรรมเหล่านี้ ว่าการที่จะเป็นนักการเมืองที่ดีหรือฝ่ายตรวจสอบที่ดี องค์ประกอบต้องเอาหลักความจริง พูดบนความจริงในสังคม อย่าเอาหลักความจริงมาบิดเบือนสร้างความเชื่อในสังคมแบบนี้ ทำให้คนทำงานท้อแท้
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ จะสามารถชี้แจงได้หากมีการยื่นอภิปราย นายสุชาติ กล่าวว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมีการวางแผนไว้หมดแล้วว่า ถ้าเขาถามคำถามนี้แล้วจะต้องตอบอย่างไรจากความบริสุทธิ์ใจในสิ่งที่เราทำ ยืนยันว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำเป็นคำขอแบบออร์แกนิคทั้งหมด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news