ปชป.เตรียมยื่น ป.ป.ช.เอาผิด ”สก.ภัทรศักดิ์” เสียบบัตรแทนกัน

ทั่วไป ข่าว
”ประชาธิปัตย์” เตรียมยื่น ป.ป.ช.เอาผิด ”สก.ภัทรศักดิ์” เสียบบัตรแทนกัน ชี้ ข้ออ้างเครื่องเสียฟังไม่ขึ้นหลังแก้ตัวย้อนแย้ง ยืนยัน ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง แต่หนุนนโยบาย สภา กทม.โปร่งใสของประธานสภา กทม.

 

นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย สก.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวภายหลังการลงมติแทนกันของนายภัทรศักดิ์ ใหม่พระเนตร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ สก.เขตยานนาวา พรรคประชาชน และนาย ไซราม ประกายกิจ สก.สาทร พรรคประชาชนว่า การดำเนินการของพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากนี้ เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น และนายภัทรศักดิ์ ก็ได้ออกมายอมรับแล้ว ก่อนที่จะออกมาอ้างในที่ประชุมสภา กทม. ว่า เครื่องลงคะแนนเสีย และมีการอ้างภายหลังบนเฟสบุ๊กว่า เครื่องลงคะแนนนายไซราม เสีย ซึ่งย้อนแย้งกัน แต่หลักการสำคัญของสภา คือ 1 คน 1 เสียง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นการลงมติแทนกัน ใช้อำนาจประชาชนทุจริต

 

ทั้งที่ นายไซราม ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมฯ โดยหลังจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ จะไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ กรรมการ ป.ป.ช. ฐานผิดพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริต และเข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และจะยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพราะถือเป็นความผิดร้ายแรง ผิดจรรยาบรรณ และพระราชบัญญัติการบริหารราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อส่งเรื่องต่อให้สภา กทม.วินิจฉัย

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังเรียกร้องให้ประธาน และรองประธานสภา กทม.ให้พิจารณาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมา ประธานสภา กทม.ยังไม่เคยระบุชัดเจนว่า จะวินิจฉัย หรือจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งหากจะดำเนินการอย่างไร ก็ขอให้สภา กทม.ดำเนินการให้ชัดเจน และเป็นธรรม เพราะความผิดนั้น ชัดเจนอยู่แล้ว พร้อมยืนยันว่า การดำเนินการของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง หรือการโจมตีทางการเมือง เพราะ สก.ทุกคนควรสนับสนุนนโยบายของประธานสภา กทม.ในการทำให้สภา กทม.โปร่งใส แต่การกระทำที่เกิดขึ้นนั้น ประธานสภา กทม.เห็นว่า โปร่งใสพอที่จะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปหรือไม่

 

ด้านนายนภาพล จิระกุล สก.บางกอกน้อย พรรคประชาธิปัตย์ อธิบายขั้นตอนการลงคะแนนของสภา กทม.ว่า ตามปกติจะใช้วิธีการลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์ เหมือนสภาผู้แทนราษฎร โดยมีบัตรแสดงตน ซึ่งในวันลงคะแนนที่มีการเสียบบัตรแทนกันนั้น เมื่อประธานสภา กทม.มีคำสั่งให้ลงมติ ทุกคนที่อยู่ในที่ประชุม จะเสียบบัตรแสดงตนของตนเอง แต่ในการเสียบบัตรวันดังกล่าว มี สก.แสดงตน 41 คน แต่ในที่ประชุมกลับมี สก.รวมประธาน และรองประธานสภา กทม.แล้ว 40 คน ซึ่งเมื่อถึงขั้นตอนการลงคะแนน ก็มีผู้ลงคะแนน 41 คน ทั้งที่ที่ประชุม มี สก. 40 คน ดังนั้น จึงมีการกดบัตรให้กัน 1 คน เมื่อมีการคัดค้านกันในที่ประชุม นายภัทรศักดิ์ ออกมายอมรับ พร้อมอ้างว่า กดผิด หรือเสียบบัตรผิด ซึ่งตนเองเห็นว่า ไม่น่าจะใช่ เพราะสถานะการลงคะแนน ก็ระบุว่า พร้อมที่จะลงคะแนนแล้ว เพราะไฟสีเขียวเครื่องลงคะแนนขึ้น และครั้งนี้ก็ไม่ใช่การลงคะแนนครั้งแรก ดังนั้น การอ้างว่า เครื่องเสียไม่น่าใช้ได้ เพราะถ้าเสียไฟสีเขียวจะไม่ขึ้น แต่จะขึ้นสีส้ม หรือสีแดง ดังนั้น เมื่อเครื่องลงคะแนนมีปัญหา ก็จะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ ดังนั้น การกดลงคะแนน 2 ครั้ง ถือเป็นการกระทำความผิดที่สำเร็จแล้ว และเข้าเงื่อนไขพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริต และกฎหมายอาญาอื่น

 

ขณะที่ นางสาวนิภาพรรณ จึงเลิศศิริ สก.ป้อมปราบศัตรูพ่าย พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ตนเองเป็นผู้เห็นเหตุการ ซึ่งเมื่อประธานในที่ประชุมฯ ให้ลงคะแนนของตนเอง นายภัทรศักดิ์ ลงคะแนนของตน และยื่นมือไปลงคะแนนของนายไซราม จึงเกิดการทักท้วงกันว่า เหตุใดคะแนนไม่ตรงกับจำนวนคน จนกระทั่งมี สก.เสนอให้ต้องมีการเปิดชื่อผู้ลงมติ จนนายภัทรศักดิ์ จึงยกมือขึ้นยอมรับ และอ้างว่า กดผิด หรือสับสน ซึ่งตามปกติวิสัย หากเกิดความผิดปกติ ก็ควรจะต้องยกมือแจ้งที่ประชุม ตนจึงต้งข้อสังเกตว่า เหตุใดนายภัทรศักดิ์ จึงปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไป ซึ่งหากต้องการถามหาพยาน ตนมั่นใจว่า มี สก.เห็นเหตุการณ์นี้พร้อมเพรียงกัน

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่