“อภิสิทธิ์” จี้รบ.เร่งเจรจาภาษีUS-ซัดพลังงานคิดแต่กระเป๋าซ้ายขวา

การเมือง ข่าว
“อภิสิทธิ์” จี้รัฐบาลเร่งเจรจาสหรัฐฯ เก็บภาษีไทย 12.5% บอกเข้าใจ “ทรัมป์” คาดเดายาก แนะต้องจับมือประเทศมีกำลัง มอง ไม่เกี่ยว “อนุทิน” เยือนจีน ซัดรัฐบาลทำน้อยไปลดราคา ณ โรงกลั่น แต่ผลักภาระประชาชน ซัด รมว.พลังงาน คิดแต่เรื่องกระเป๋าซ้าย-ขวา ก่อน

 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยในอัตรา 12.5% ขณะที่มาเลเซีย กัมพูชา และอินโดนีเซียถูกเก็บในอัตราต่ำกว่าเพียง 10% นั้น มองว่าเกิดจากการเจรจาที่ล่าช้าหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอกว่า อยากให้กระทรวงพาณิชย์ เร่งดำเนินการเจรจาในกรอบต่างๆ เพื่อลดภาระเรื่องนี้

ซึ่งก็เข้าใจว่า ไม่ได้ง่ายกับเจรจารายละเอียดในทุกเรื่อง แต่รัฐบาลก็ต้องเร่งเครื่องในเรื่องนี้ และทราบดีว่ารัฐบาลพยายามหาทางสรุป การเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย – สหภาพยุโรป หรือ FTA Thai – EU เพื่อเป็นทางเลือก และคงต้องพูดกันตรงๆว่า ผู้นำสหรัฐกับแนวนโยบายสหรัฐในปัจจุบัน คาดการณ์ได้ยากมาก ว่าจะมาใช้กฎหมายไหนเมื่อไหร่ ด้วยอัตราเท่าไหร่ ดังนั้นเมื่อเกิดขึ้นก็ต้องเร่งหาทางในการเจรจา ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมว่า เมื่อไปเจรจา หากเขาเรียกร้องอะไรก็ต้องชั่งน้ำหนักให้ดี เพราะจะมีสิ่งที่เราได้และสิ่งที่เราเสีย แต่ในภาพรวมตนอยากให้นโยบายด้านการต่างประเทศของไทยได้จับมือ กับบรรดาประเทศที่มีกำลัง และอยากให้ระเบียบโลกได้รับการเคารพจากทุกฝ่าย รวมถึงมหาอำนาจด้วย ซึ่งเรายังไม่เห็นบทบาทตรงนี้ที่ชัดเจนมากนัก

 

ส่วนกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน มีผลกระทบอะไรกับเรื่องนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ไม่ เพราะ สหรัฐต้องการแสวงหา กฎหมาย ที่ให้อำนาจกับเขาในการขึ้นภาษี เพราะแนวคิดเดิมของนายโดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐ ถูกปฏิเสธโดยศาล จึงต้องไล่หากฎหมาย ที่จะมีข้ออ้างต่างๆ ในการขึ้นภาษี ดังนั้น อย่าไปมองว่ามันเชื่อมโยงกับเรื่องของจีน

ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ ยังเปิดเผยว่า เรามีความคาดหวังจากคำแถลงของกระทรวงพลังงานว่า จะเข้ามาจัดการปัญหาโครงสร้างต่าง ๆ แต่เรื่องที่เรากังวลคือเรื่องน้ำมัน

 

ผ่านไปหลายเดือนทำไปทำมามันถอยห่างออกจากการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง กลายเป็นว่าเราจะเห็นรัฐมนตรีไปพูดคุยกับโรงกลั่น ขอให้ลดค่าการกลั่นเหลือ 2.40 บาทต่อลิตร ซึ่งถือว่าน้อยมาก เพราะค่าการกลั่นที่มันเกินปกติสูงกว่านี้เยอะ จากเดิมที่พูดกันว่าจะมีสูตรชัดเจนตายตัว หรือจะมีการเก็บภาษีลาบลอยในอนาคต กลายเป็นหายไปหมด เป็นเรื่องของการเจรจาที่ไม่มีใครทราบเลยว่า ใช้ฐานอะไรในการคำนวณ แต่พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าการลดค่าการกลั่นเหลือ 2.40 บาทต่อลิตร ถือว่าน้อยไปทำได้มากกว่านี้

 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากรัฐบาลทำเรื่องนี้จริงจังบวกกับเรื่องภาษีสรรพสามิต ก็ไม่ต้องเอาเงินมากมายมหาศาลมาแก้ปัญหา เพราะขณะนี้คนที่แบกรับภาระคือกองทุนน้ำมัน ถ้าเทียบเคียงกันแล้วการลดค่าการกลั่นเหลือ 2.40 บาท แต่ขณะที่กองทุนน้ำมันฯ ต้องชดเชย 7-8 บาท จึงกลายเป็นภาระของประชาชน

 

ส่วนเรื่องไฟฟ้าก็เช่นเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์ได้อภิปรายเรื่องการปรับสูตรการคำนวณค่าไฟฟ้าในเวลาที่ราคาก๊าซธรรมชาติสูง แต่ก็ไม่ได้มีการดำเนินการ แน่นอนว่ารัฐบาลมีข้อผูกมัดในเรื่องการช่วยเหลือคนที่ใช้ไฟน้อย ซึ่งเราก็สนับสนุน แต่ขณะนี้แหล่งเงินที่จะมาใช้ตรงนี้ก็ยังไม่มีการแถลงออกมาอย่างเป็นทางการ เบื้องต้นเหมือนจะไปขอกับการไฟฟ้าฯ ก่อน ซึ่งก็ยังไม่ไปถึงคนที่ได้ประโยชน์เกินควรในภาวะที่ราคาพลังงานผันผวน ตรงกันข้ามกับที่รัฐมนตรีมาพูดในสภาฯ ว่า ต่อไปนี้จะไม่ใช้กระเป๋าซ้ายหรือกระเป๋าขวา แต่จะเป็นการปรับโครงสร้าง

ดังนั้น ท่านควรจะมีความโปร่งใสว่า ตกลงแต่ละเรื่องเดินหน้าไปถึงไหน ท่านอาจจะบอกว่ากำลังทำอยู่ แต่สิ่งที่เรากังวลเราเห็นจากกรณีน้ำมันและไฟฟ้า ตอนแรกมีความพยายามดิ้นรนไปเก็บกับคนที่ใช้ไฟเยอะ สะท้อนให้เห็นว่า ท่านคิดถึงแหล่งกระเป๋าซ้ายกระเป๋าขวา ก่อนที่จะคิดถึงการปรับโครงสร้าง เพื่อสร้างความเป็นธรรมจริง ๆ

 

เมื่อถามว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็เคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ จะไปพูดคุยเพื่อเสนอแนะหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวติดตลกว่า “เคยอยู่ประชาธิปัตย์เยอะมาก หลายคน” ก่อนจะกล่าวต่อว่า เวลามีการพบปะกันก็จะมีการสอบถามกัน แต่เราต้องการทำเป็นเป็นระบบเพราะข้อเสนอเราชัดเจน ในเวลาที่ราคาพลังงานผันผวน โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบ โครงสร้างของเราไปเอื้อให้กับคนที่อยู่ตรงกลาง สามารถมีผลตอบแทนมากผิด

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่