“อภิสิทธิ์” แนะรบ.แก้ใต้พูดคุยควบคู่ใช้กม.เข้มข้น ติงฟ้อง iLaw

การเมือง ข่าว
“อภิสิทธิ์” มองบึ้มใต้ รัฐบาลต้องทำควบคู่กัน พูดคุย-บังคับใช้กฎหมายเข้มข้น ขณะ ชี้นักการเมือง ฟ้องปิดปาก “ยิ่งชีพ” ไม่ถูกต้อง ระบุบุคคลสาธารณะต้องตรวจสอบได้ และต้องเคลียร์ตัวเอง เผยข้อมูลนักการเมืองเอี่ยวฮั้วสว.ทราบกันในระดับหนึ่งแล้ว

 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เริ่มปะทุขึ้นมา จะมีแนวทางเสนอให้รัฐบาลแก้ไขอย่างไร ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้สูญเสียเจ้าหน้าที่ แล้วความจริงมีการเตือนกันตั้งแต่เกิดเหตุการณ์รอบยิงสส. ว่ามีความพยายามจะทำให้ความรุนแรงกลับกลายมาเป็นเรื่องปกติอีกครั้ง รัฐบาลมีการตั้งคณะพูดคุยชุดใหม่แต่การพูดคุยก็ต้องไม่ใช่การยอมรับและปล่อยให้มีการใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ หรือยอมรับพฤติกรรมดังกล่าว ต้องดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด ขอรัฐบาลอย่าคิดว่ามีความรุนแรงแล้วจะต้องใช้ความรุนแรงเพียงอย่างเดียว ไม่มีการพูดคุย หรือถ้ามีการพูดคุย แปลว่าเกิดการปล่อยปละละเลย ไม่มีมาตรการด้านความมั่นคง ซึ่งในการดูแลรักษาความปลอดภัยหรือการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ ต้องควบคู่กันไปและหาจุดสมดุลให้ได้

 

ส่วนการที่รัฐบาลมีการตั้งคณะพูดคุยขึ้นมาแล้ว มองว่าเป็นการผลักภาระไปให้กับคณะพูดคุยทำงานเพียงฝ่ายเดียวเลยใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทราบมาว่าคณะพูดคุยก็มีความพยายามจะทำงานแต่อีกฝ่ายมีความพยายามจะส่งสัญญาณหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ไม่ควรจะเกิดขึ้นดังนั้นต้องมีความชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย หรือการใช้มาตรการทางกฎหมายต้องเข้ม

 

ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่กล่าวถึงกรณีนักการเมืองฟ้อง นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ILaw ภายหลังจากที่มีการเปิดเผยรายชื่อ9 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว. ว่า ไม่มีใครอยากถูกฟ้องดำเนินคดี สิ่งที่เปิดเผยออกมาดูได้จากการแจ้งข้อกล่าวหา ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เพราะตนเคยอภิปรายแล้วว่า กกต.มีการแจ้งข้อกล่าวหาให้กับบุคคลที่มีชื่ออยู่ในขณะนี้ และทุกคนทราบดีว่าในกระบวนการสอบสวนของกกต.และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI พาดพิงเกี่ยวข้องกับใครบ้าง

 

ดังนั้นบุคคลสาธารณะจึงควรออกมาชี้แจงมากกว่าเร่งดำเนินคดี ตอนนี้สังคมวิตกกังวลถึงกระบวนการการสอบสวนของ กกต. ที่มีการตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดพิเศษขึ้นมา และมีกระแสข่าวรายงานว่าไม่มีผู้ใดผิดเลย ซึ่งค้านกับสิ่งที่สังคมรับรู้มาโดยตลอด เพราะที่ผ่านมามีนำเสนอหลักฐานต่างๆทั้งเส้นการเงิน การเข้าพักตามโรงแรมต่างๆ ภาพปรากฏการณ์ใช้โพยเป็นต้น

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ท้ายที่สุดหากมีการพิสูจน์ว่ามีการใส่ร้ายป้ายสี ก็ยังสามารถใช้สิทธิได้ แต่ตนเชื่อว่าคนที่ออกมาเปิดเผยไม่นึกสนุก แล้วพูดออกมาแต่เขามีฐานข้อมูล จากการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่ถูกกล่าวหาต้องออกมาชี้แจง ว่าในวันนั้นไม่ได้อยู่ในสถานที่นั้นตามที่ถูกกล่าวหา ซึ่งข้อมูลที่เปิดเผยออกมาเป็นที่รับรู้กันในระดับหนึ่งแล้วโดยเฉพาะชั้นอัยการที่ส่งกลับมายัง DSI มีการระบุว่ามีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 7 กลุ่ม หนึ่งในนั้นคือบรรดานักการเมือง พรรคการเมือง ที่เข้าไปแทรกแซง

 

เมื่อถามว่าการที่สมาชิกพรรคการเมืองไปแจ้งความถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งหรือฟ้องปิดปากหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็เป็นสิทธิเพียงแต่ว่าอยากให้บุคคลสาธารณะตรวจสอบได้ หากเป็นการฟ้องร้องที่มีเจตนาข่มขู่ หรือทำให้เกิดการหวาดกลัวในการตรวจสอบ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่