“สีหศักดิ์” แจงแถลงการณ์ไต้หวัน ยันทั่วโลกถือ”จีนเดียว”

การเมือง ข่าว

 

“สีหศักดิ์”ประชุม รมว.กต.อาเซียน+คู่เจรจา ถกวิกฤตตะวันออกกลาง ทะเลจีนใต้ เผย “มิน อ่อง ล่าย” จ่อเยือนไทย พบ “อนุทิน” 6-7 ส.ค. นี้ แจงแถลงการณ์ ไต้หวัน ยันทั่วโลกถือนโยบาย”จีนเดียว” ย้ำ ไทย-ไต้หวัน มีสายสัมพันธ์ที่ดีทุกด้าน มั่นใจไม่กระทบฟรีวีซ่าคนไทย

 

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สรุปภาพรวมการเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน กับประเทศคู่เจรจา และ การประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ว่าเป็นการประชุมหลายส่วน นอกจาก ประเทศสมาชิก 11 ประเทศแล้ว ยังมี อีก 11 ประเทศคู่เจรจา ยังมีการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอกเชีย-แปซิฟิก (ARF) ซึ่งมีประเทศที่เข้ามาร่วมนอกเหนือจากประเทศคู่เจรจา รวม 27 ประเทศ อีกทั้งยังมีการประชุม รัฐมนตรีต่างประเทศเอเชียตะวันออก (EAS) และมีการประชุม อนุภูมิภาคแม่โขงกับญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ ด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า อาเซียนยังเนื้อหอม ยังเป็นที่ยอมรับจากประชาคมโลก เพราะถือว่า อาเซียนเป็นองค์กรระดับภูมิภาคที่ประสบความสำเร็จ เป็นอับดับสอง รองจากสหภาพยุโรป (EU) อีกทั้ง อาเซียน ได้รับคำชื่นชมว่าเป็นแกนกลางในภูมิภาค เป็นเสาหลักแห่งสันติภาพ และความมั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังมีอีกหลายเรื่องที่อาเซียนมีบทบาทในเวทีระหว่างประเทศด้วย

 

โดยประเด็นหลักที่หารือกันส่วนใหญ่ เป็นสถานการณ์ในภูมิภาค และ สถานการณ์โลก ความผันแปร ที่ดูเหมือนโลกจะไร้ระเบียบ ไม่เคารพกติกา ขณะเดียวกัน ก็เกิดปัญหาความขัดแย้ง และการสู้รบหลายแห่ง ที่ทำให้เกิดความกังวลอย่างมาก นอกจากสถานการณ์ รัสเซียยูเครนแล้ว ยังมีการสู้รบระหว่าง สหรัฐฯ อิสราเอล และ อิหร่าน ด้วย ที่กระทบไปยังประเทศอื่นในภูมิภาคตะวันออกกลาง แม้จะมีการหยุดยิง เพื่อนำไปสู่สันติภาพ แต่ตอนนี้ไม่ใช่ การสู้รบเกิดขึ้นอีกครั้ง ทำให้การประชุมครั้งนี้ ต่างพูดถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่นำไปสู่ความมั่นคงทางทะเล ความห่วงในในเสรีภาพการเดินเรือ ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ แต่กลับมาการปิดล้อม และ ใช้ปฏิบัติการห้ามเดินเรือ จึงทำให้เกิดประเด็นเรื่องความมั่นคงทางทะเล และความมั่นคงด้านพลังงาน และ ด้านอาหาร

ส่วนเรื่องที่หารือเกี่ยวกับอาเซียน มีทั้งปัญหาทะเลจีนใต้ ที่ยังมีความเป็นห่วงเรื่องเสรีภาพการเดินเรือ และความมั่นคงทางทะเลเช่นกัน เพราะ ทะเลจีนใต้ยังมีความขัดแย้งเรื่องการอ้างสิทธิทางทะเล อีกทั้ง บางประเทศยังเป็นห่วงบทบาทของจีน ในทะเลจีนใต้ ขณะที่บางประเทศ ห่วงใยเรื่องการแข่งขันด้านภูมิรัฐศาสตร์ในทะเลจีนใต้ นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงสถานการณ์ในเมียนมา ที่ตนได้เน้นย้ำในหลายการประชุมว่า ไทยต้องการเห็นการพูดคุยของผู้ที่เกี่ยวข้อง และต้องเพิ่มการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม แก่ประชาชนเมียนมาที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งได้นำเสนอ การมีปฏิสัมพันธ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะไทยเป็นเพื่อนบ้านจึงรอต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เพราะได้รับผลกระทบโดยตรง โดยที่ไม่ได้ให้ความชอบธรรมกับรัฐบาลชุดใหม่ ของเมียนมา แต่อยากให้เกิดความปรองดอง เกิดการพูดคุย และ สร้างสันติภาพในเมียนมา สิ่งเหล่านี้ถือเป็นนโยบายที่เรียกว่า “การเดินสองเส้นทาง” ทั้งนี้การหารือ เรื่องสถานการณ์ในเมียนมา ในเวทีต่างๆ ไม่รุนแรงเหมือนครั้งก่อนๆ

 

นอกจากนี้ ที่ประชุมวงต่างๆ ยังหารือเรื่องการหลอกหลวงออนไลน์ด้วย แม้กระทั่ง นายมาร์โค แอนโทนีโอ รูบีโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ยังระบุว่าเรื่องนี้ ถือเป็นภัยที่น่ากลัว เพราะประชาชนในสหรัฐฯ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เก็บเงินมาทั้งชีวิต ก็ถูกหลอกลวง ทำให้เสียเงินไปจนหมด ทางสหรัฐฯ จึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ส่วนตัวเชื่อว่า ทางสหรัฐฯ จะเดินหน้า แก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง โดยต้องการร่วมมือกับฝ่ายไทย เพราะเห็นว่าไทย เอาจริงเอาจังกับปัญหานี้

 

ขณะเดียวกัน นายสีหศักดิ์ ยังเปิดเผยว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา จะเดินเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 6-7 ส.ค. 2569 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ มีการเดินทางไปเยือนแล้วหลานประเทศ เช่น อินเดีย สปป.ลาว และ จีน โดยจะมีหารือกันในประเด็น การแก้ไขปัญหายาเสพติด สถานการณ์สู้รบบริเวณชายแดนเมียนมา ที่ส่งกระทบต่อประเทศไทย รวมทั้งมลพิษในแม่น้ำ เป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไทยก็ได้นำเรื่องนี้ ไปหารือกับจีนว่าจะต้องเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ ในทางเทคนิคด้วย แต่ไม่ใช่เป็นกการกล่าวโทษว่า จีน เป็นผู้สร้างปัญหา เพียงแต่เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

 

เพียงแต่เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และ การนำเอาเรื่องเหล่านี้ มาหารือกับผู้นำเมียนมา ก็ถือเป็นการคุยกับคนที่อำนาจในการตัดสินใจโดยตรง ซึ่งจำทำให้ทุกอย่างขัยเคลื่อนไปได้ แม้กระทั้ง สถานการณืภายในของเมียนมา ก็จะได้รู้ด้วยว่า มีความเป็นไปอย่างไร เพราะเป้นสิ่งที่ไทย ห่วงใย ที่อยากให้ เมียนมามีสันติภาพ เกิดความปรองดอง เพราะเรื่องแบบนี้ ต้องคุยกับ ประธานธิบดี ซึ่งเป็นคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจ

 

ทั้งนี้ ในการเยือนไทยของ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ไลง์ ก็มีกำหนดการเข้าพบกับนายกรัฐมนตรีด้วย และอาจมีโอกาสได้พบกับภาคเอกชนของไทย เช่นเดียวกับ เอกชนไทย ก็ต้องการพบกับผู้นำเมียนมาด้วยเช่นกัน เนื่องจากเอกชนไทยบ สนใจเรื่องการค้า การลงทุน พอสมควร โดยเฉพาะเรื่องพลังงาน ที่สถานการณ์ปัจจุบัน ไทยต้องอาศัยพลังงานจากเมียนมา

นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ กล่าวถึงกรณีที่ กระทรวงต่างประเทศ ‘ไต้หวัน’ ออกแถลงการณ์ ผิดหวังรัฐบาลไทย หลังมีแถลงการณ์ร่วม ไทย-จีน ที่ระบุว่า ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ ว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไรใหม่ เพราะตนเป็นคนที่มีส่วนร่วมในการเจรจาเพื่อจัดทำแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทยกับจีน ขณะที่นโยบายจีนเด็ยว เป็นหลักการเดิมที่ย้ำมาตลอด และ ไม่ใช่แค่ไทย ทุกประเทศ ก็ยึดนโยบายจีนเดียว และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการรวมประเทศ ย้ำว่า โดยสันติ และ เป็นถ้อยคำที่ใช้ในเอกสารกันมาตลอด เข้าใจว่า ฝ่ายไตหวันอาจมีความกังวลเป็นพิเศษ แต่ยืนยันได้ว่า ท่าทีของไทยไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทุกประเทศ ก็ยังใช้คำว่า “จีนเดียว” สามารถถามจากประเทศไหนก็ได้ เว้นแต่บางประเทศ ที่ให้การรับรองไตหวัน แล้วไม่รับรองจีน ซึ่งประเทศเหล่านี้ มีน้อยมาก ดังนั้น เรื่องนี้จึงไม่น่าจะมีประเด็นอะไร ส่วนตัว มองว่า การที่ไตหวันออกแถลงการณ์มา เพราะอาจเป็นเรื่องภายใน แต่ไม่ได้บอกว่า จะมีปฏิบัติการโต้ตอบอะไร เพราะว่า อะไรเป็นอะไร แต่บางครั้งอาจมีประชาชน กังวล เรื่องต่างๆ จึงทำให้ไตหวัน ต้องออกมาแสดงท่าที แต่ฝ่ายไทยรู้อยู่แล้วว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไทยก็มีความสัมพันธ์กับ ไตหวัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า และวัฒนธรรม ที่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

 

เมื่อถามว่า มีคนไทยบางส่วน กังวลว่า การออกออกแถลงการณ์ของไต้หวัน อาจส่งผลกระทบกับฟรีวีซา ของคนไทยที่จะเดินทางเข้าไตหวัน นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ฝ่ายไต้หวันยังไม่ได้พูดเลย เพราะรู้อยู่แล้ว่า ไต้หวันกับไทย มีอะไรที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันบ้าง และการที่คนไทย เดินทางไปไต้หวัน ก็เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของไต้หวัน ขณะที่ภาคเอกชนของไต้หวัน ก็ยังมาลงทุนในไทย ซึ่งมีส่วนช่วยเศรษฐกิจไทย

 

เมื่อถามว่า ฝ่ายไทยต้องทำความเข้าใจกับไตหวันอีกหรือไม่ หลังมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า คงจะมีการติดต่อกลับมา และ ยืนยันได้ว่า เราสามารถชี้แจงได้ ถ้าต้องการให้ชี้แจง ไทยก็ไม่มีปัญหา และ การเจรจาเพื่อออกแถลงการณ์ร่วมกับฝ่ายจีน ก็มีการพิจารณาถ้อยคำ ให้มีความเหมาะสม และ การที่กระทรวงการต่างประเทศจะเจรจาอะไรก็ตาม ต้องยึดมั่นถ้อยคำที่เคยใช้กันมา และ เป็นที่ยอมรับ หากมีคำใหม่เกิดขึ้นต้องถามทันที ว่า คำนั้น มีความหมายว่าอย่างไร

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่