ศาลรับฟ้อง “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” หมิ่น “บิ๊กโจ๊ก”สอบคำให้การ 7 กย.

อาชญากรรม ข่าว

 

ศาลอาญากรุงเทพใต้ รับฟ้องคดี “บิ๊กโจ๊ก” ฟ้อง “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” หมิ่นประมาท ให้สัมภาษณ์สื่อ กล่าวหาทำร้าย พ.ต.ท.คริษฐ์ นัดสอบคำให้การ 7 ก.ย.69

 

วันนี้ (17 ก.ค.69) ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ. เจริญกรุง นัดฟังคำสั่งในคดี หมายเลขดำ ที่ อ.107/2569 ที่พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องพันตำรวจเอกภาคภูมิ พิสมัย อดีตลูกน้องคนสนิท เป็นจำเลยในความผิดฐาน หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

 

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าข้อความที่จำเลยให้สัมภาษณ์ทั้ง 3 รายการ (กรรมกรข่าวคุยนอกจอ, ถกไม่เถียง, จับตาประเทศไทย) ดังกล่าวสื่อความหมายให้เข้าใจได้ว่ามีการทำร้ายร่างกายผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชาดังกล่าวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ มีทั้งเจ้าพนักงานตำรวจระดับใหญ่และระดับร่าง มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงโยนความผิดให้ลูกน้อง และในรายการถกไม่เถียงและรายการจับตาประเทศไทย จำเลยระบุชัดด้วยว่าลูกน้องที่ถูกใช้ให้ไปกระทำความผิดและลูกน้องที่ถูกทำร้ายคือพันตำรวจโทคริษฐ์ และถูกทำร้ายมาตลอด จำเลยเคยเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวสองครั้งแม้ข้อความที่สัมภาษณ์ดังกล่าว ไม่ได้ระบุชื่อโดยตรงว่าโจทก์เป็นผู้ที่ทำร้ายร่างกายผู้ใต้บังคับบัญชาหรือทำร้ายพันตำรวจโทคริษฐ์ หรือระบุว่าโจทก์เป็นผู้บังคับบัญชาที่จำเลยอ้างถึง แต่โจทก์เคยรับราชการตำรวจ และมีชื่อว่าโจ๊กสื่อมวลชนมักจะเรียกโจทก์ว่าบิ๊กโจ๊ก หรือรองโจ๊ก

 

เช่นนี้เมื่อพิจารณาบริบทข้างเคียงของคำถามที่พิธีกร 3 รายการมาถามประกอบข้อความที่จำเลยตอบหรือให้สัมภาษณ์แล้วย่อมทำให้ผู้ที่ได้รับชมรับฟังเข้าใจได้ว่าบุคคลที่จำเลยอ้างถึงทำนองว่าเป็นผู้บังคับบัญชาที่บิดเบือนข้อเท็จจริง โยนความผิดให้ลูกน้อง ทำร้ายร่างกายผู้ใต้บังคับบัญชาหรือทำร้ายร่างกายพันตำรวจโทคริษฐ์ นั้นหมายถึงโจทก์ ข้อความที่จำเลยให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเท่ากับจำเลยยืนยันข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาและหรือทำร้ายร่างกายพันตำรวจโทคริษฐ์ โยนความผิดให้พันตำรวจโทคริษฐ์

 

ซึ่งไม่ว่าข้อความที่ให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเป็นจริงหรือไม่ก็ตามการให้สัมภาษณ์เช่นนี้ ย่อมสื่อความหมายให้ผู้ที่ได้รับชมรับฟังเข้าใจไปในทำนองว่าโจทก์เป็นคนไม่ดีเป็นผู้บังคับบัญชาที่ไม่ดีไม่มีศีลธรรมโยนความผิดให้ลูกน้อง กระทำความผิดต่อกฎหมายโดยทำร้ายร่างกายผู้ใต้บังคับบัญชาอันเป็นการให้ข่าวหรือให้สัมภาษณ์ต่อบุคคลที่สามในประการที่น่าจะทำให้โจทก์เสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง พยานหลักฐานโจทก์ในส่วนนี้ครบองค์ประกอบความผิดและมีน้ำหนักเพียงพอรับฟังในเบื้องต้นได้ว่าคดีมีมูลตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326328 ให้ประทับรับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา

ทั้งนี้ ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดสอบคำให้การจำเลยในวันที่ 7 กันยายน 2569 โดยในวันดังกล่าว พ.ต.อ.ภาคภูมิ ต้องมาศาลและยื่นประกันตัวด้วย

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่