“การดี”โต้กลับ “ลูกเทพ” ปชป.อยู่มา 80 ปี ไม่ใช่ 30 ปี

การเมือง ข่าว

 

“การดี”โต้กลับ “ลูกเทพ” เผยตัวเองอยู่ “ป้อมปราบศัตรูเพิ่ม” ลั่น ไม่รู้จักหลายคน คงต้องไปค้นหานามสกุล บอก ปชป.อยู่มา 80 ปี ไม่ใช่ 30 ปี ชี้ประเทศเข้าขั้นวิกฤตต้องการคนเก่ง

 

นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มรัฐมนตรีลูกเทพ ออกมาตอบโต้ และวิพากษ์วิจารณ์กลับว่า พรรคประชาธิปัตย์อยู่มา 30 ปีมีผลงานอะไรบ้าง หลังจากได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงการแต่งตั้งรัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ หรือลูกเทพ ควรจะมาจากความสามารถมากกว่าว่า   ไม่อยากต่อปากต่อคำ ซึ่งคำว่า “ลูกเทพ” ก็ไม่ใช่คำที่ตัวเองคิดเอง และตนอยากจะแก้ข่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์อยู่มา 80 ปี ไม่ใช่ 30 ปี 30 ปีน่าจะเป็นอายุของรัฐมนตรี และตนมองว่า สถานการณ์ประเทศไทยขณะนี้ ควรที่จะมีคนเก่ง และคนที่มีประสบการณ์

ขณะที่กลุ่มรัฐมนตรี ในกลุ่มพิเศษก็อยากให้แสดงฝีมือมาเยอะ ๆ ทำให้หลายคนออกมาตอบโต้ตนเองอย่างต่อเนื่อง แต่ก็อยากบอกว่า หลายคนในนั้น ตนเองไม่รู้จักเลย หรือต้องไปค้นหานามสกุลรัฐมนตรีเหล่านั้นอีกที แต่ก็ยังสามารถทำงานด้วยกันได้ เพราะตนยึดหลักเป็นฝ่ายตรวจสอบ ซึ่งจะตรวจสอบทุกโครงการ และจะไม่หยุด บนพื้นฐานที่มีข้อแนะนำ และข้อเสนอแนะ และหากใจกว้าง ก็เชื่อว่า เราจะสามารถทำงานไปด้วยกันได้ดี แต่ทั้งนี้ประเทศไทยของเราต้องการคนเก่งมาก ๆ เพราะวิกฤตกันมากแล้ว

 

ทั้งนี้ แสดงว่า มองว่า รัฐบาลขณะนี้ฝีมือไม่ถึงใช่หรือไม่ นางการดี กล่าวทีเล่นทีจริงว่า “ ได้พาดหัวข่าวอีกอันหนึ่งแล้วนะ” ก่อนจะกล่าวต่อว่า หลายประเด็นที่ตนอึดอัดมาก คือไม่ได้มองถึงวิสัยทัศน์ อนาคตที่ไกลไปกว่า การตัดสินงบประมาณเบื้องต้น วันนี้เรากำลังพูดถึงเรื่องใหญ่มาก ๆ อย่างเช่นเรื่องทิศทาง Ai, ดาต้าเซ็นเตอร์, พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบและปรับโครงสร้างจากวิกฤตพลังงาน แต่สิ่งที่อึดอัดใจมากกว่าคือ เราไม่เคยมีการวาดวิสัยทัศน์ของประเทศไทย การตัดสินใจของประเทศไทยที่ผ่านมาจึงการตัดสินใจที่เป็นเรื่อง ๆ และมักจะมาถกเถียงในเรื่องนั้น ๆ ในปัจจุบัน ทำให้เกิดการพลาดโอกาสที่ดี จึงเป็นสิ่งที่ตนได้ให้ความเห็นกับสื่อมวลชนไป นั่นคือ สิ่งที่ตนจะถามหามากกว่าประสบการณ์ เพราะเราอยู่ในภาวะที่ลำบาก

นอกจากนี้ ยังต้องมีความเข้าใจเชิงลึก แต่หากไม่รู้ก็ไม่เป็นไร ต้องหาคนที่มีความรู้ หรืออยู่ในวิชาชีพนั้นมาให้ข้อมูล และสิ่งที่เราควรจะทำอย่างมากคือ การมองวิสัยทัศน์ร่วมของประเทศไทย เพราะวันนี้เรากำลังจะมีแผนพัฒนาจาก 13 ฉบับ เป็น 14 ฉบับ แต่การตัดสินใจใหญ่ ๆ ของประเทศไทย เราไม่เคยมีการพูดถึงเลยว่า ในอนาคตของประเทศไทยในอุตสาหกรรมดิจิทัล เราจะเป็นผู้เล่นแบบไหน จะไปเป็นผู้สร้างอะไร อย่างเช่น โครงการ TH-AI Passport ที่ 5 ล้านคนรอใช้อยู่ ก็ไม่ผิด แต่วันนี้ใช่เรื่องหรือไม่ หรือเอานำงบประมาณในโครงการนี้ 1,500 ล้านบาท ไปสร้างยุทธศาสตร์ที่ดีขึ้น

 

นางการดี กล่าวติดตลกช่วงท้ายว่า “วันนี้พี่ก็อยู่อำเภอป้อมปราบศัตรูเพิ่ม ขอบคุณสำหรับทุกคนที่ชงมาวัน”

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่