รบ.ดึงเงินลงทุนกว่า7.15 แสนล้าน เสริมศักยภาพศก.ดิจิทัลไทย

การเมือง ข่าว

 

รัฐบาลเดินหน้าอำนวยความสะดวกการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ดึงเงินลงทุนกว่า 7.15 แสนล้านบาท เสริมศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

 

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าอำนวยความสะดวกการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบคลาวด์ (Cloud) และบริการดิจิทัลในอนาคต โดยข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ระบุว่า ในช่วงปี 2568 ถึงเดือนมีนาคม 2569 มีกิจการด้าน Data Center และ Data Hosting ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนรวม 34 โครงการ มูลค่า 715,295 ล้านบาท หรือกว่า 7.15 แสนล้านบาท

 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในจำนวนดังกล่าว ปี 2568 ได้รับอนุมัติ 27 โครงการ มูลค่า 618,418 ล้านบาท และช่วงเดือนมกราคม–มีนาคม 2569 อีก 7 โครงการ มูลค่า 96,877 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของประเทศไทย ทั้งด้านทำเลที่ตั้ง โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบโทรคมนาคม และความพร้อมของบุคลากร ซึ่งจะช่วยรองรับการเติบโตของบริการดิจิทัลและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลยังเร่งขับเคลื่อน Thailand FastPass เพื่อบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและลดระยะเวลาการอนุมัติหรืออนุญาตโครงการลงทุนสำคัญ ให้สามารถเปลี่ยนจากแผนการลงทุนไปสู่การก่อสร้างและดำเนินกิจการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยข้อมูล BOI ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 มีโครงการสำคัญจากหลายอุตสาหกรรมเข้าสู่ Thailand FastPass แล้ว 25 โครงการ มูลค่ารวม 223,216 ล้านบาท

 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างประโยชน์จากการลงทุนควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศ โดยส่งเสริมการเชื่อมโยงผู้ลงทุนกับผู้ประกอบการไทย การจัดซื้อสินค้าและบริการภายในประเทศ การพัฒนาทักษะบุคลากรในสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น Cloud, AI, Cybersecurity วิศวกรรมไฟฟ้า และระบบทำความเย็น ตลอดจนการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีสู่บุคลากรไทย

 

ทั้งนี้ สำหรับกิจการ Data Center ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน BOI กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ได้รับการส่งเสริมต้องมีแผนพัฒนาบุคลากรไทย โดยในกรณีที่มีการจ้างผู้บริหารหรือผู้เชี่ยวชาญ จะต้องมีบุคลากรสัญชาติไทยดำรงตำแหน่งผู้บริหารหรือผู้เชี่ยวชาญดังกล่าว ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ภายใน 3 ปี เพื่อส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีสู่บุคลากรไทยอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการกระจายการลงทุนและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

“รัฐบาลมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพของบุคลากรไทย การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้การลงทุนที่เกิดขึ้นสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่