ผู้เสียหาย ไฟไหม้โรงเบียร์ แจ้งความคนเกี่ยวข้อง ยันไม่ได้ยินสัญญานเตือน

อาชญากรรม ข่าว
“ผู้เสียหายจาหเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว” เข้าแจ้งความคนเกี่ยวข้อง ยืนยันไม่ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนขณะตร.เตรียมแยกสอบพยาน กู้ไฟล์ภาพวงจรปิดได้แล้ว

วันนี้ (15 ก.ค.) ที่ สน.พหลโยธิน นายนัฏฐพศ์ ละคร ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ได้เข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกรณีเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้

 

นายนัฏฐพศ์ ได้เปิดเผล ว่า คืนเกิดเหตุเดินทางมาถึงสถานบันเทิงเวลาประมาณ 22.30 น. และนั่งบริเวณโต๊ะหน้าเวทีฝั่งประตูทางเข้า ช่วงแรกไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ช่วงใกล้เที่ยงคืน ได้ตนเองได้สังเกตเห็นกลุ่มควันสีขาวพุ่งออกมา จากเพดานหน้าเวทีฝั่งประตูทางเข้า แต่ไม่ได้เอะใจ เพราะคิดว่าเป็นเอฟเฟกต์ประกอบการแสดง เนื่องจากเป็นจังหวะที่เพลงกำลังเริ่มขึ้นพอดี

หลังจากนั้นไม่นานตนกลับเห็นประกายไฟและได้กลิ่นไหม้ จึงรีบวิ่งหนีออกทางประตูด้านหลังฝั่งลานจอดรถ ระหว่างหลบหนีมีนักท่องเที่ยวแตกตื่น ตกใจ จนตนเองถูกดึงขา แต่สามารถสลัดและวิ่งออกมาถึงพื้นที่ปลอดภัยได้

พร้อมยืนยันว่า ไม่เคยได้ยินสัญญาณเตือนไฟไหม้ แต่ได้ยินเสียงคนในร้าน ตะโกนบอกว่า “ไฟไหม้” และไม่เห็นระบบสปริงเกอร์ทำงานภายในอาคาร

ผู้เสียหาย ระบุอีกว่า ระหว่างหลบหนีพบการ์ดรักษาความปลอดภัย 2 คน ถือไฟฉายคอยชี้นำผู้คนไปยังประตูทางออกด้านหลังที่ตนออกมา ก่อนจะพบทั้ง 2 คนอีกครั้งบริเวณลานจอดรถ ซึ่งเป็นจุดปลอดภัย

นายนัฏฐพศ์ ระบุว่า วันเกิดเหตุเป็นการมาใช้บริการที่นี่เป็นครั้งแรก จึงไม่ได้สังเกตตำแหน่งทางหนีไฟ โดยเดินทางมาพร้อมเพื่อนทั้งหมด 4 คน แต่มี 1 คน คือ นายสิทธิพงษ์ ไชโย เสียชีวิตภายในที่เกิดเหตุ ทำให้รู้สึกเสียใจอย่างมากพร้อมได้ให้คลิปเหตุการณ์ ก่อนเกิดเหตุประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งในคลิปยังไม่มีกลุ่ม ควันไฟหรือสิ่งผิดปกติใดๆ

 

ส่วนตัวได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าผากและหูทั้งสองข้าง ก่อนเข้ารับการรักษาโดยใช้สิทธิประกันสังคม ที่ รพ.เพชรเวช และเข้าแจ้งความในวันนี้เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวน

ขณะที่ ช่วงเช้าวันนี้ มีการประชุมติดตามความคืบหน้าทางคดีเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยมีพลตำรวจตรีเกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 (ผบก.น.2) เป็นประธานการประชุม ร่วมกับคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังเมื่อวานนี้สอบปากคำไปแล้ว 52 ปาก แบ่งเป็น กลุ่มผู้ประกอบการ 1 ราย พนักงานภายในร้าน 16 ราย กลุ่มญาติและผู้ได้รับบาดเจ็บ 33 ราย และเจ้าหน้าที่ผู้ร่วมตรวจที่เกิดเหตุอีก 2 ราย

 

และวันนี้ หลังการประชุมจะมีการจัดชุดพนักงานสอบสวน แยกย้ายไปสอบปากคำพยานกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบอาคารและระบบไฟฟ้า และไปสอบปากคำผู้บาดเจ็บที่ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

นอกจากนี้จะมีการเร่งวิเคราะห์ภาพเหตุการณ์จากภาพกลัองวงจรปิด 16ตัวภายในร้าน ช่วงก่อนและขณะเกิดเหตุอย่างละเอียด หลังได้รับเซฟเวอร์ที่กู้ไฟล์ภาพได้แล้วมาจากกองพิสูจน์หลักฐาน

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

';

ประเด็นที่คุณอาจสนใจ

';