ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เสียชีวิตแล้ว 30 ราย บาดเจ็บ 75 ราย พิสูจน์ทราบอัตลักษณ์แล้ว 27 ราย ขณะตร.พหลโยธิน 2 นาย บาดเจ็บจากการเข้าช่วยคนเจ็บ เหตุไฟไหม้อาการดีขึ้น ระบุ ปฏิบัติงานตามหลักการสายตรวจ
อัปเดตสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ร้านอาหาร “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ข้อมูล ณ เวลา 09.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ผู้เสียชีวิต จำนวน 30 ราย
ทราบอัตลักษณ์แล้ว 27 ราย อยู่ระหว่างพิสูจน์อัตลักษณ์ 3 ราย ทั้งนี้ มีผู้บาดเจ็บอาการรุนแรง (กลุ่มสีแดง) เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย
ผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 75 ราย
กลุ่มสีแดง (อาการรุนแรง) 24 ราย
กลุ่มสีเหลือง (อาการปานกลาง) 15 ราย
กลุ่มสีเขียว (อาการเล็กน้อย) 36 ราย
ผู้บาดเจ็บกลุ่มสีเขียวเดินทางกลับบ้านแล้วทั้งหมด
สำนักงานเขตจตุจักรยังคงบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์ ให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ สามารถยื่นคำร้องขอรับการช่วยเหลือได้ที่ ห้องประชุมรัชดา ชั้น 2 สำนักงานเขตจตุจักร
ด้าน พลตำรวจโท สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยอาการล่าสุด สิบตำรวจโท มังกร และสิบตำรวจโท วาริชัย ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปรามสน.พหลโยธิน ที่เข้าไปให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ที่หน้าโรงเหล้า ณ ลาดพร้าว ซึ่งถูกนำส่งโรงพยาบาลเป็นรอบที่ 2 หลังกลับมาพักที่แฟลตสวัสดิการแล้วมีอาการทางระบบทางเดินหายใจโดยเฉพาะสิบตำรวจโทมังกรที่มีอาการคัดจมูกได้กลิ่นเหม็นไหม้อยู่ตลอดเวลาและมีอาการไอว่า ล่าสุดแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจแจ้งว่าทั้ง 2 นายอาการดีขึ้นแล้วโดยแพทย์ได้ให้ยารักษาอาการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ขณะนี้รอดูผลการเอกซเรย์ปอดว่าได้รับความเสียหายจากวันพีชหรือไม่ ทั้งนี้อาการดังกล่าวแพทย์วินิจฉัยว่าเกิดจากการสูดควันพิษที่ออกมาจากร้านที่เกิดเหตุเป็นปริมาณมากเนื่องจากจุดที่สิบตำรวจโททั้ง 2 นายเข้าไปให้การช่วยเหลือเป็นจุดที่ใกล้กับร้านที่เกิดเหตุและมีกลุ่มควันเขม่าไฟมาทิศทางของทั้งสองคนอยู่ตลอดเวลาจนมีอาการอาเจียนในวันเกิดเหตุ
ส่วนกรณีที่มีกระแสดราม่าว่าตำรวจทั้ง 2 นายเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุกลับถ่ายรูปก่อนไม่ยอมรีบเข้าไปให้การช่วยเหลือ ประเด็นนี้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลชี้แจงว่าเป็นหลักปฏิบัติที่เมื่อตำรวจสายตรวจหรือตำรวจที่เข้าพื้นที่ต้องถ่ายรูปเป็นหลักฐานการปฏิบัติงานส่วนจะถ่ายออกมาในรูปแบบใดไม่มีบังคับตายตัวไว้ แต่สิ่งที่เป็นประจักษ์พยานสำคัญคือมีคลิปในขณะเกิดเหตุของทั้งสองคนที่เข้าไปช่วยทำ CPR ปั๊มหัวใจผู้ได้รับบาดเจ็บในจุดดังกล่าวและให้การช่วยเหลือจนทั้ง 2 นายได้รับผลกระทบจากควันพิษดังกล่าว ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ขอให้ดูจากภาพจากคลิปวีดีโอต่างๆที่เป็นประจักษ์พยานสำคัญได้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews