ญาติทยอยรับศพเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

อาชญากรรม ข่าว

 

ญาติทยอยเดินทางรับศพ เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ด้านสถาบันนิติเวชเร่งตรวจ DNA ระบุตัวตนช่วยเหลือญาติ

 

 

วันนี้ ( 13 ก.ค.69) ที่ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ญาติทยอยเดินทางมาเพื่อรับร่างของผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ ที่บริเวณโรงเบียร์ ลาดพร้าว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 27 ราย โดยเมื่อช่วงเช้ามีญาติทั้งของที่สามารถระบุตัวตนได้ และผู้ที่ยังสูญหาย หรือไม่สามารถระบุตัวตนได้ เข้ามาติดต่อ เพื่อรับร่างของผู้เสียชีวิตและพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล

ด้าน นางจันสุดา ตันลา แม่ของนายฐิติวัฒน์ แก้วกัณหา หรือ “น้องดิน” อายุ 27 ปี นักร้องนำวงทศกัณฐ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สูญหายจากเหตุเพลิงไหม้ร้านอาหารและโรงเบียร์ย่านลาดพร้าว กล่าวทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้ครอบครัวยังคงออกตามหาลูกชายอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีใครสามารถยืนยันชะตากรรมของลูกได้ โดยตนพักอาศัยอยู่ย่านคลอง 4 ส่วนน้องดินพักอยู่กับพ่อในซอยเสนานิคม คืนเกิดเหตุลูกชายเดินทางไปทำงานตามปกติ โดยพ่อไม่ทันสังเกตเพราะเข้านอนแล้ว กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. พ่อตื่นขึ้นมาไม่พบลูก จึงโทรศัพท์ไปหา น้องดินรับสายและบอกเพียงว่า “ถึงร้านแล้ว” ซึ่งเป็นบทสนทนาครั้งสุดท้าย ก่อนจะขาดการติดต่อ

โดยเมื่อคืนดังกล่าว น้องดินมีคิวขึ้นแสดงตั้งแต่ช่วงประมาณ 22.00 น.ไปจนถึงเที่ยงคืน ซึ่งตามข้อมูลทราบว่าเหลือเวลาอีกเพียงประมาณ 10 นาที ก็จะเสร็จสิ้นการแสดง ขณะที่น้องดินถือเป็นพนักงานรุ่นแรกๆที่ทำงานกับร้านมาตั้งแต่เปิดกิจการ ซึ่งวันนี้ตนและครอบครัวได้เดินทางมาตรวจสอบข้อมูลที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ แต่แพทย์แจ้งว่ายังไม่พบผู้เสียชีวิตที่มีอัตลักษณ์ตรงกับข้อมูลของน้องดิน ทำให้ครอบครัวเตรียมเดินทางไปตรวจสอบยังโรงพยาบาลอีก 2 แห่ง เพื่อค้นหาตัวลูกชายต่อไป

แม่ของน้องดิน ยังเล่าด้วยว่า ลูกชายเรียนไม่จบจากวิทยาลัยอาชีวะอยุธยา แต่เป็นคนกตัญญูและมุ่งมั่นทำงาน เคยบอกกับแม่ว่า “ไม่จำเป็นต้องจบปริญญา ก็เลี้ยงแม่ได้” ก่อนจะเดินตามความฝันในเส้นทางนักร้อง ตระเวนประกวดร้องเพลงและรับงานแสดง จนสามารถนำเงินมาปลดหนี้นอกระบบให้แม่ได้กว่า 3-4 แสนบาท สำหรับจุดสังเกตของน้องดิน คือมีรอยสักรูปฟันเฟืองและคำว่า “อาชีวะอยุธยา”

บริเวณกลางหลัง รวมถึงมีรอยสักตามร่างกายหลายแห่ง

ด้าน นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เดินทางมาตรวจสอบความคืบหน้าที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ กล่าวว่า จะมอบเงินเยี่ยวยาให้แก่ผู้เสียชีวิต รายละ 3 แสนบาท ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจะมอบเงินค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 80,000 บาท ซึ่งพิจารณาจากจำนวนวันที่ต้องสูญเสียรายได้, การฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ขึ้นอยู่กับภาวะการบาดเจ็บ
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะช่วยเหลือเยียวยาเหยื่ออย่างเต็มที่ จะมีการตั้งโต๊ะจุดบริการให้ญาติมายื่นเอกสาร และสอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ และสำนักงานเขตปทุมวัน ได้มีการตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกในเรื่องของการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล การรับร่างผู้เสียชีวิต และการออกใบมรณะบัตรให้กับผู้เสียชีวิต ที่บริเวณชั้น 3 ของนิติเวชตำรวจด้วย
สำหรับในกรณีของญาติที่ยังตามหาผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย หรือผู้บาดเจ็บไม่พบ สามารถเดินทางติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.พหลโยธิน เพื่อสอบถาม เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีภาพของผู้เสียชีวิตรวมไปถึงวัตถุพยาน เช่น เครื่องแต่งกาย โทรศัพท์มือถือกระเป๋า เพื่อยืนยันตัวบุคคล และมีรายชื่อของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บกระจายรักษาตัวอยู่ใน 5 โรงพยาบาลพื้นที่ใกล้เคียง แต่สำหรับญาติท่านใดที่ยังไม่สามารถระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตได้ เจ้าหน้าที่ได้แนะนำว่าหากเดินทางเข้ามาติดต่อที่นิติเวช ตำรวจขอให้นำญาติสายตรง อาทิ พ่อ แม่ พี่น้องท้องเดียวกัน หรือลูก เพื่อนำตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล

นอกจากนี้มูลนิธิปอเต็กตึ้ง ได้มีการมอบเงินช่วยเหลือ ฌาปนกิจ ให้กับญาติผู้เสียชีวิต รายละ 20,000 บาท และพร้อมอำนวยความสะดวก ในการเคลื่อนย้ายศพเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด อีกทั้งมีรายงานข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลเสียชีวิต 2 นาย ในเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งยังไม่ทราบว่าไปปฏิบัติหน้าที่หรือไปพักผ่อนนอกเวลาราชการ

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่