กทม.ตั้งศูนย์ช่วยไฟไหม้บริเวณMRTพหลโยธิน-จ่อรื้อโซนนิ่งสถานบันเทิง

อาชญากรรม ข่าว
กทม. ตั้งศูนย์ประสานงานเหตุเพลิงไหม้ บริเวณ MRT พหลโยธิน “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” สั่งเร่งยืนยันอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต พร้อมยกเครื่องกฎหมายคุมวัสดุลามไฟ-รื้อโซนนิ่งสถานบันเทิง

 

วันนี้ (13 ก.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ผ่านรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ว่า จากการตรวจสอบล่าสุดมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 27 ราย เป็นชาย 9 ราย และหญิง 18 ราย โดยขณะนี้สามารถยืนยันอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตได้แล้ว 6 ราย ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้นำส่งสถาบันนิติเวชแล้ว ด้านผู้บาดเจ็บมีจำนวน 63 ราย ในจำนวนนี้อาการค่อนข้างหนัก 22 ราย รักษาตัวอยู่ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ รวมผู้ประสบเหตุจากเหตุการณ์ครั้งนี้ทั้งหมด 90 ราย

 

ปัญหาสำคัญในขณะนี้คือการยืนยันอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต กรุงเทพมหานครได้เปิดช่องทางประสานงาน โดยผู้ที่ไม่สามารถติดต่อญาติหรือผู้ใกล้ชิดได้ สามารถติดต่อ คุณกนิษฐา ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตจตุจักร โทร. 081-734-1298 ซึ่งขณะนี้มีผู้ติดต่อเข้ามาแล้วประมาณ 30 ราย นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานบริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีพหลโยธิน ทางออก 4 เพื่อรับแจ้งข้อมูลและรวบรวมข้อมูลผู้ประสบเหตุ พร้อมแจ้งความคืบหน้าการยืนยันอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต หากไม่สามารถติดต่อญาติหรือผู้ใกล้ชิดได้ ขอให้ติดต่อศูนย์ประสานงานดังกล่าว หรือเดินทางไปยังสถาบันนิติเวช

 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการสำลักควัน เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นในช่วงเกือบเที่ยงคืน รถดับเพลิงของกรุงเทพมหานครเดินทางถึงจุดเกิดเหตุภายใน 5 นาทีหลังรับแจ้ง เนื่องจากสถานีดับเพลิงอยู่ไม่ไกล แต่เมื่อไปถึงพบว่าเพลิงลุกลามอย่างรุนแรง โดยไฟลามไปตามฝ้าเพดานอย่างรวดเร็ว วัสดุตกแต่งภายในเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้เกิดควันปริมาณมาก

 

จากการสอบถามผู้ประสบเหตุเบื้องต้น ทราบว่าจุดเริ่มต้นของเพลิงไหม้อยู่บริเวณเวทีด้านในร้าน ก่อนที่ไฟจะลุกลามไปตามฝ้าเพดานอย่างรวดเร็วและเกิดควันจำนวนมาก โดยไฟลุกลามมาทางด้านหน้า ซึ่งเป็นฝั่งทางเข้า-ออกหลักของร้านที่ติดกับถนน ทำให้ผู้ที่อยู่ภายในไม่สามารถใช้ทางออกหลักได้สะดวก ต่างพากันวิ่งไปยังทางหนีไฟด้านใน โดยทางหนีไฟฝั่งซ้ายเป็นทางออกสู่ภายนอก ส่วนฝั่งขวาเป็นห้องน้ำ มีผู้ประสบเหตุบางส่วนหลงเข้าไปในห้องน้ำจนหมดสติ และกีดขวางทาง ทำให้ผู้ที่อยู่ด้านหลังไม่สามารถหลบหนีออกมาได้ อีกทั้งยังพบผู้หมดสติจำนวนมากบริเวณทางออกหนีไฟฝั่งซ้าย

สำหรับอาคารแห่งนี้ สำนักงานเขตได้เข้าตรวจสอบเมื่อเดือน เม.ย. 69 ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย พบว่ามีทางหนีไฟ 2 ทาง มีป้ายทางหนีไฟ ไฟฉุกเฉิน และเครื่องดับเพลิงครบถ้วน อย่างไรก็ตาม สภาพในวันที่เข้าตรวจอาจแตกต่างจากการใช้งานจริง เนื่องจากขณะเปิดให้บริการอาจมีการตั้งโต๊ะขายสินค้า บริเวณทางออก หรือมีการวางวัสดุกีดขวางทางหนีไฟ ทำให้การอพยพไม่สะดวก ทั้งนี้ จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอีกครั้ง

 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวด้วยว่า สถานประกอบการแห่งนี้ได้รับอนุญาตเป็นร้านอาหารที่มีการแสดงดนตรี ไม่ใช่สถานบริการตามกฎหมาย โดยสามารถเปิดให้บริการได้ถึงเวลาเที่ยงคืน ซึ่งช่วงเกิดเหตุเป็นเวลาที่ใกล้ปิดให้บริการพอดี

นอกจากนี้ ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบคือวัสดุตกแต่งฝ้าเพดานและอุปกรณ์ภายในอาคาร ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยจะหารือร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อทบทวนข้อกำหนดด้านวัสดุที่ใช้ตกแต่งอาคาร เนื่องจากปัจจุบันสถานบริการขนาดใหญ่มีข้อกำหนดให้ใช้วัสดุที่ไม่ลามไฟและไม่ก่อให้เกิดควัน แต่ร้านอาหารที่มีการแสดงดนตรีอาจยังไม่มีข้อกำหนดในลักษณะเดียวกัน จึงต้องพิจารณาขยายมาตรฐานดังกล่าวให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

 

ขณะเดียวกัน จะมีการหารือเพื่อทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับสถานบันเทิง เนื่องจากโซนนิ่งสถานบันเทิงในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับยุคสมัย โดยกำหนดพื้นที่ไว้เพียงย่าน RCA และสีลมเท่านั้น จึงจำเป็นต้องพิจารณาปรับปรุงทั้งเรื่องโซนนิ่งและคำนิยามของสถานบริการหรือสถานบันเทิงให้ครอบคลุมและเหมาะสมกับสภาพการใช้งานในปัจจุบัน

 

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า ในพื้นที่เขตดังกล่าวมีสถานประกอบการลักษณะกึ่งร้านอาหารจำนวน 14 แห่ง ซึ่งหลังจากนี้จะพิจารณาปรับปรุงแนวทางการตรวจสอบและยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เคลียร์พื้นที่และเปิดการจราจรโดยรอบเป็นปกติแล้ว ตั้งแต่เวลา 05.30 น. ที่ผ่านมา หลังจากนี้จะเร่งดำเนินการประสานติดตามญาติของผู้เสียชีวิต ดูแลผู้ได้รับผลกระทบ และทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยต่าง ๆ ให้เข้มงวดยิ่งขึ้น

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่