แค่คิดก็เดือดแล้ว “บราซิล” เตรียมดวล “ญี่ปุ่น” ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย
ศึกนี้เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคู่เดือดที่แฟนบอลทั่วโลกจับตามอง เมื่อ “แซมบ้า” ทีมชาติบราซิล ต้องโคจรมาพบกับ “ซามูไรบลู” ทีมชาติญี่ปุ่น ในรอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 วันที่ 30 มิถุนายน เวลา 00.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
โดยทั้งสองทีมต่างผ่านเข้ารอบมาด้วยฟอร์มที่แข็งแกร่ง และมีเรื่องราวน่าสนใจมากมายก่อนเกมจะเริ่มขึ้น
เริ่มจากฝั่งทีมชาติบราซิล พวกเขาเพิ่งโชว์ฟอร์มสุดโหดในรอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย ไล่ถล่มทีมชาติสกอตแลนด์ไปแบบขาดลอย 3-0 เก็บเพิ่มเป็น 7 คะแนนเต็ม คว้าแชมป์กลุ่มซีได้อย่างสง่างาม
ผลงานดังกล่าวตอกย้ำให้เห็นว่า บราซิลชุดนี้ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเต็งแชมป์โลก ด้วยเกมรุกที่จัดจ้าน และศักยภาพนักเตะระดับท็อปของโลกที่พร้อมสร้างความแตกต่างได้ทุกจังหวะ
ขณะที่ฝั่งทีมชาติญี่ปุ่น ก็ไม่น้อยหน้า หลังลงเล่นนัดสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่ม เสมอกับทีมชาติสวีเดน 1-1 เก็บหนึ่งแต้มสำคัญ ทำให้พวกเขาจบอันดับ 2 ของกลุ่มเอฟ และตีตั๋วเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้สำเร็จ
เกมดังกล่าว ญี่ปุ่นขึ้นนำก่อนจาก ไดเซน มาเอดะ ในนาทีที่ 56 หลังได้จังหวะจาก โดอัน ก่อนจะถูกสวีเดนตีเสมอในนาทีที่ 62 จากลูกยิงของ แอนโธนี่ เอลังก้า แต่สุดท้ายผลเสมอก็เพียงพอให้ญี่ปุ่นผ่านเข้ารอบต่อไป และนั่นทำให้เส้นทางของพวกเขาต้องไปเจอบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ นั่นคือการเจอกับ “บราซิล”
เมื่อพูดถึงสถิติการพบกันของทั้งสองทีมในช่วงหลัง ต้องบอกว่า บราซิลยังดูเหนือกว่าอย่างชัดเจน จาก 5 นัดหลังสุด บราซิลชนะไปถึง 4 ครั้ง ไล่ตั้งแต่ปี 2013 ที่บราซิลชนะญี่ปุ่น 3-0 ในศึกคอนเฟเดอเรชันส์ คัพ ต่อด้วยปี 2014 ที่ถล่มไป 4-0 และปี 2017 ที่ชนะ 3-1 รวมถึงเกมปี 2022 ที่เฉือนชนะ 1-0
แต่มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่ญี่ปุ่นสร้างเซอร์ไพรส์ได้สำเร็จ คือในปี 2025 ศึกคิริน ชาลเลนจ์ คัพ ที่พวกเขาเปิดบ้านเฉือนชนะบราซิลไปอย่างสุดมัน 3-2 กลายเป็นชัยชนะที่เพิ่มความมั่นใจให้กับทัพซามูไรบลูอย่างมาก
และไม่ใช่แค่สถิติที่น่าสนใจเท่านั้น เพราะล่าสุด “ฮาจิเมะ โมริยาสึ” กุนซือทีมชาติญี่ปุ่น ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเกมเสมอสวีเดนว่า ทีมของเขายังมีความเชื่อมั่นเต็มร้อยก่อนเจอบราซิล
โมริยาสึระบุว่า เป้าหมายของทีมตั้งแต่ก่อนมาทัวร์นาเมนต์ คือการพิสูจน์ว่าฟุตบอลญี่ปุ่นพัฒนาไปไกลแค่ไหน และต้องการเป็นตัวแทนของทั้งชาวญี่ปุ่น รวมถึงชาวเอเชีย
เขายังกล่าวอีกว่า แม้หลายทีมจากเอเชียจะไม่ประสบความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์นี้ แต่ญี่ปุ่นยังต้องการเป็นความหวังของทั้งทวีป เพื่อยกระดับมาตรฐานฟุตบอลเอเชียให้ทัดเทียมนานาชาติ
และเมื่อพูดถึงการเจอกับบราซิลในรอบน็อกเอาต์ โมริยาสึยังย้ำชัดว่า ญี่ปุ่นไม่ได้กลัวคู่แข่งรายนี้เลย เขาชี้ไปถึงชัยชนะ 3-2 ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อปีที่ผ่านมา ว่าเป็นหลักฐานว่าทีมกำลังพัฒนา และสามารถสู้กับทีมระดับโลกได้
อย่างไรก็ตาม โมริยาสึก็ยอมรับว่า บราซิลยังคงเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก แต่ยืนยันว่า ในเกมฟุตบอลทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ และญี่ปุ่นเองก็มีโอกาสที่จะคว้าชัยชนะเช่นกัน
สำหรับโปรแกรมรอบ 32 ทีมสุดท้าย ญี่ปุ่นจะพบกับบราซิล ในคืนวันที่ 29 มิถุนายน เวลา 00.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่สนามเอ็นอาร์จี สเตเดียม เมืองฮุสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา
นี่คือเกมที่ไม่มีใครอยากพลาด เพราะนี่อาจเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่ฟุตบอลโลกจะจารึกบทใหม่… ระหว่าง “เต็งแชมป์” กับ “ม้ามืดเอเชีย” ที่พร้อมท้าชนแบบไม่มีถอย

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews