“ภคมน”จี้ นายกฯกล้าหาญสางทุจริตสอบท้องถิ่นถึงต้นตอ

การเมือง ข่าว
“ภคมน”จี้ นายกฯ แสดงความกล้าหาญทางการเมือง สางทุจริตสอบท้องถิ่นถึงต้นตอ ถาม “อธิบดีกรมการปกครอง” สายแข็งมาจากไหน เจอหลายปมยังไม่ถูกเด้ง

 

นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีขบวนการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า จากการติดตามการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี พบว่านายกรัฐมนตรีมีท่าทีตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งที่ในมุมของประชาชนจำนวนมาก เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ และมีการพูดถึงกันมาเป็นเวลานาน ซึ่งการที่ภาครัฐเริ่มดำเนินการตรวจสอบถือเป็นเรื่องที่ดี แต่หากต้องการกวาดล้างการทุจริตอย่างจริงจัง จำเป็นต้องตรวจสอบทั้งกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ไม่ใช่จบลงเพียงการย้ายอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) คนปัจจุบันเท่านั้น

 

หากย้อนกลับไปในกระบวนการดังกล่าว จะพบว่ามีอธิบดีที่เกี่ยวข้องหลายคน รวมถึงอธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งมีบทบาทในการลงนามเอกสารสำคัญเกี่ยวกับการจัดสอบ จึงควรได้รับการตรวจสอบเช่นเดียวกัน วันนี้อย่าให้คนปลายน้ำเป็นเพียงผู้รับกรรมหรือเป็นแพะรับบาป เพื่อให้กระบวนการดูเหมือนมีการจัดการแล้ว แต่แท้จริงกลับไม่ได้สาวไปถึงต้นตอของปัญหา คนที่มีลายมือชื่ออยู่ในเอกสารสำคัญของการจัดสอบครั้งนี้ก็ต้องได้รับการตรวจสอบด้วย

 

ทั้งนี้ มองว่าอดีตอธิบดีที่เคยดำรงตำแหน่งก่อนหน้านี้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ นางสาวภคมน กล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะการมีตำแหน่งหน้าที่ไม่ได้หมายความว่ามีส่วนร่วมในการทุจริตโดยอัตโนมัติ แต่ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งย่อมปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ และเมื่อมีชื่อเกี่ยวข้องกับขั้นตอนการดำเนินงาน ก็ควรเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ

นางสาวภคมน ยังตั้งข้อสังเกตถึงกรณีของอธิบดีกรมการปกครองว่า แม้จะเคยมีประเด็นแชตข้อความ “ช่วยน้ำเงินด้วย” และยังมีบทบาทเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดสอบ แต่กลับไม่ถูกย้ายหรือดำเนินการใด ๆ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมีการเด้งข้าราชการมาแล้วสองรอบ แต่อธิบดีกรมการปกครองยังอยู่ในตำแหน่งเดิม ไม่สะทกสะท้านเลย จึงเป็นคำถามของสังคมว่า ท่านเป็นใครกันแน่ สายแข็งขนาดไหน ทำไมไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ไม่เคยได้รับผลกระทบ

 

ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งยกเลิกผลสอบทั้งหมด ก่อนมีการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการนั้น นางสาวภคมน มองว่า แม้จะเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการแสดงความรับผิดชอบและความกล้าหาญทางการเมืองในการเปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อสาธารณชน แม้นายกรัฐมนตรีจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ในฐานะผู้นำรัฐบาลไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบทางการเมืองได้ และควรเป็นผู้ผลักดันให้การสอบสวนเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ดังนั้น การจัดการกับขบวนการทุจริตครั้งใหญ่นี้ ต้องอาศัยความกล้าหาญทางการเมือง ซึ่งคนที่ต้องแสดงบทบาทมากที่สุดคือนายกรัฐมนตรี ว่าสุดท้ายแล้วจะกล้าทำให้ความจริงปรากฏหรือไม่

 

นางสาวภคมน กล่าวด้วยว่า ปัญหาดังกล่าวเปรียบเสมือน “ขยะใต้พรม” ที่สะสมมานาน และประชาชนจำนวนมากไม่เชื่อว่าเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในการจัดการปัญหาทุจริตภายในระบบราชการ ต่อให้ปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะเข้ามาบริหารประเทศ แต่นายกรัฐมนตรีก็หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบไม่ได้ วันนี้สังคมกำลังรอดูว่าฝ่ายการเมืองจะมีความกล้าหาญมากพอที่จะจัดการกับปัญหานี้อย่างจริงจังหรือไม่

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา