หลังจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายล่าสุดมีสัญญาณบวกต่อการค้าและพลังงานโลก เมื่อการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กลับมาเดินหน้าตามปกติอีกครั้ง ภายหลังอิหร่านและสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้ง
อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกแถลงการณ์รับรองการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ เพื่อยุติความขัดแย้งหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีมาซุด เปเซสเคียน ของอิหร่าน
ลงนามในข้อตกลงร่วมกันแล้ว
อย่างไรก็ตาม คาเมเนอีย้ำว่า อิหร่านจะไม่ยอมรับข้อเรียกร้องที่เกินขอบเขตจากฝ่ายสหรัฐฯและการเจรจาในอนาคตไม่ได้หมายความว่าอิหร่านจะต้องเห็นด้วยกับทุกจุดยืนของอีกฝ่าย
ด้าน เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า หลังยกเลิกการปิดล้อมตามข้อตกลงกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้อนุญาตให้เรือมากกว่า 12 ลำเดินทางเข้าสู่ท่าเรือของอิหร่านแล้ว ขณะที่สื่อทางการอิหร่านระบุว่า การขนส่งทางเรือในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ และช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง ภายใต้การกำกับดูแลของกองทัพอิหร่าน
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมา เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ติดธงชาติ ซาอุดิอาราเบียถึง 3 ลำซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบรวมแล้วกว่า 6 ล้านบาร์เรล สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังการลงนามข้อตกลง โดยเรือพาณิชย์หลายลำที่เคยปิดสัญญาณระบุตำแหน่งในช่วงสงคราม
ก็เริ่มกลับมาเปิดระบบและเตรียมเดินเรือผ่านเส้นทางดังกล่าวอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ข้อตกลงยังครอบคลุมถึงการหารือเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านโดยยูเรเนียม เสริมสมรรถนะสูงที่สะสมไว้จะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนานาชาติและอิหร่านจะไม่พัฒนาหรือจัดหาอาวุธนิวเคลียร์เพิ่มเติมขณะที่รายละเอียดบางส่วนยังต้องมีการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายต่อไป
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางทะเลยังเตือนว่า ความเสี่ยงในพื้นที่ยังไม่หมดไปโดย ยาค็อบ ลาร์เซน หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงของสมาคมเจ้าของเรือระหว่างประเทศระบุว่า พื้นที่บางส่วนของช่องแคบฮอร์มุซยังคงมีทุ่นระเบิดตกค้างทำให้การสัญจรยังไม่สามารถกลับสู่ภาวะปกติได้ทั้งหมด
ขณะที่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ หรือ IMO ระบุว่า ยังมีเรือพาณิชย์มากกว่า 500 ลำและลูกเรือราว 11,000 คน ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียจากผลกระทบของสงคราม
ส่วนตลาดพลังงานเริ่มตอบรับเชิงบวก โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ล่าสุดทรงตัวใกล้ระดับ 77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน
ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ทะเลเหนือเคลื่อนไหวต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แม้การกลับมาเปิดใช้ช่องแคบฮอร์มุซจะช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดพลังงานโลกได้ในระดับหนึ่ง แต่หลายฝ่ายยังคงจับตาการดำเนินการตามข้อตกลงและสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่ ว่าจะนำไปสู่เสถียรภาพระยะยาวได้มากน้อยเพียงใด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews