“ภคมน” รับเรื่องสื่อภูเก็ตถูกฟ้องปิดปาก ซัดเด้งผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯ แค่ละครฉากใหม่ ชี้เป้าวางอำนาจสีน้ำเงินในอันดามัน ด้าน “เฉลิมพงศ์” ย้ำเปลี่ยนผู้ว่าฯ กี่คนก็ไม่หมดส่วย เสนอเลือกตั้งผู้ว่าฯ ภูเก็ต
นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.จังหวัดภูเก็ต พรรคประชาชน ร่วมรับหนังสือร้องเรียนจากผู้ก่อตั้งเพจเฟซบุ๊ก “โหดจังจังหวัดภูเก็ต” ซึ่งเป็นสื่อท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ต หลังถูกฟ้องร้องจากกรณีนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่บุกรุกที่สาธารณะบริเวณหาดบางเทา รวมถึงการสั่งย้ายข้าราชการที่พยายามดำเนินการปราบปรามผู้มีอิทธิพลดังกล่าว

นางสาวภคมน กล่าวว่า ผู้มีอิทธิพลที่ถูกกล่าวถึงไม่ใช่บุคคลหน้าใหม่ แต่เป็นกลุ่มบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับกรณีการโยกย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตล่าสุด โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวในที่ประชุมกระทรวงมหาดไทยว่า รองผู้ว่าราชการจังหวัดรายดังกล่าวมีบุคคลใกล้ชิดเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์และการบุกรุกที่สาธารณะ ขณะที่บุคคลที่ฟ้องร้องสื่อท้องถิ่นก็เป็นบุคคลใกล้ชิดในเครือข่ายเดียวกัน ซึ่งการย้ายรองผู้ว่าฯ ครั้งนี้เป็นเพียงละครอีกฉากหนึ่งเท่านั้น เพราะคนที่มีอำนาจและเครือข่ายทำงานในพื้นที่ยังคงอยู่ ยังสามารถฟ้องสื่อ รับผลประโยชน์ และดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ได้เหมือนเดิม
พร้อมตั้งคำถามถึงรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าหากต้องการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เหตุใดจึงไม่มีการดำเนินการทางวินัยหรือทางอาญาต่อผู้ที่ถูกกล่าวหาอย่างเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ
นางสาวภคมน ระบุว่า สิ่งที่ประชาชนสนใจไม่ใช่ความขัดแย้งส่วนบุคคล แต่คือการจัดการกับระบบผลประโยชน์ อิทธิพล และส่วยในจังหวัดภูเก็ต โดยมองว่าการย้ายเฉพาะผู้บริหารระดับสูง แต่ปล่อยให้เครือข่ายเดิมยังคงอยู่ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ ประชาชนไม่ได้สนใจว่าใครชนะหรือแพ้ในการวัดพลังกัน แต่สนใจว่าผลประโยชน์ผิดกฎหมายและเครือข่ายอิทธิพลจะถูกจัดการอย่างไร การย้ายแค่หัว แต่หางยังอยู่ ปัญหาก็ยังอยู่เหมือนเดิม

ประธาน กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ ยังมองว่า การโยกย้ายครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับการจัดวางอำนาจทางการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นจังหวัดสำคัญเพียงไม่กี่แห่งในฝั่งอันดามันที่ยังไม่ได้อยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องจับตาหลังจากนี้คือการวางอำนาจใหม่ในจังหวัดภูเก็ต เพราะท้ายที่สุดแล้วการเลือกตั้งครั้งหน้าอาจเป็นเป้าหมายสำคัญในการขยายอิทธิพลทางการเมืองในพื้นที่อันดามันทั้งหมด
ด้านนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.จังหวัดภูเก็ต พรรคประชาชน กล่าวว่า ปัญหาผู้มีอิทธิพลในจังหวัดภูเก็ตเป็นปัญหาสะสมมายาวนาน และไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการเปลี่ยนตัวผู้ว่าราชการจังหวัดเพียงอย่างเดียว ซึ่งเปลี่ยนผู้ว่าฯ มากี่คนก็ยังมีส่วยและผู้มีอิทธิพลอยู่เหมือนเดิม เพราะลมใต้ปีกของผู้มีอิทธิพลคือข้าราชการระดับสูงที่เกาะกินจังหวัดภูเก็ตมานาน
พร้อมเสนอว่า แนวทางแก้ปัญหาระยะยาวคือการเปิดโอกาสให้ประชาชนในจังหวัดภูเก็ตสามารถเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดได้ด้วยตนเอง เพื่อกำหนดอนาคตและทิศทางการพัฒนาของจังหวัด ซึ่งคนภูเก็ตรู้ดีที่สุดว่าจังหวัดของตัวเองต้องการอะไร รู้ว่าควรบริหารจัดการอย่างไร และควรจัดการกับผู้มีอิทธิพลอย่างไร เพราะฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดในอนาคตคือการให้คนภูเก็ตได้เลือกผู้ว่าฯ ของตัวเอง
นายเฉลิมพงศ์ ยังระบุว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตหลายครั้งทั้งในรัฐบาลชุดก่อนและรัฐบาลปัจจุบัน แต่สิ่งที่ประชาชนรอคอยไม่ใช่คำพูดหรือคำสัญญา หากเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และตราบใดที่ยังเป็นผู้แทนของคนภูเก็ต ผมจะขุดปัญหาเหล่านี้ขึ้นมาเปิดเผย และรัฐบาลก็ต้องตอบให้ได้ว่าจะจัดการอย่างไร เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการคือการแก้ปัญหา ไม่ใช่แค่การย้ายคน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews