“สุชาติ” แจงถอนพื้นที่อุทยานทับลานกว่า 1.5 แสนไร่ ย้ำพิสูจน์สิทธิ์รายแปล เดินหน้าคืนสิทธิประชาชนตามมติ ครม. ลั่นไม่เอื้อนายทุน เอี่ยวรีสอร์ท โวจับหมดเหตุเป็นคดีอยู่ โดยเฉพาะกลุ่ม 4 จำนวน แสนกว่าไร่ ประกาศทวงคืนหาดภูเก็ต ลั่นตรวจสอบไม่ไว้หน้าใคร
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงกรณี คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ มีมติเห็นชอบให้มีการเพิกถอน พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน จำนวนกว่า 1.5 แสนไร่ ให้กับ ส.ป.ก.ว่า พื้นที่ของพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามที่คณะกรรมการดังกล่าวมีมติ ที่มีตนเองเป็นประธาน ปลัด ทส. และผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน และนายธนพร ศรียากูร ซึ่งเป็นกรรมการติดตามเรื่องดังกล่าว ที่ ครม.ได้มีมติเมื่อ เดือนมีนาคม 2566 ได้มีการประกาศ ให้พิสูจน์เส้น ปี 2543 ซึ่งขณะนั้นให้พื้นที่อุทยานแห่งชาติ ประมาณ 2.6แสนไร่ ซึ่งเป็นตามเส้นแบ่งปี 2543 ซึ่งมีการแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มประกอบด้วย

กลุ่มที่1 จำนวน 5.5 หมื่นไร่ ซึ่งมีการประกาศเป็นที่ดิน ส.ป.ก. เมื่อปี 2521 และมีการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติทับลาน เมื่อปี 2524 ซึ่งเป็นการประกาศทับพื้นที่จึงต้องมีการคืนไปตามกฎหมาย
กลุ่มที่ 2 พื้นที่หมู่บ้านไทยสามัคคี เกิดจากรัฐบาลมี มติ ครม.เมื่อปี 2520 นำที่ดิน 8 พันกว่าไร่ มอบให้กับผู้ที่สู้รบกันในขณะนั้น เพื่อให้อยู่อาศัย ซึ่งมีหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศชัดเจน ว่าอยู่ก่อนที่จะมีการประกาศเป็นพื้นที่อุทยานฯ 2524
กลุ่มที่3 จำนวน 8 หมื่นกว่าไร่ เป็นหมู่บ้านเพื่อความมั่นคง ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่ประเทศเกิดปัญหาเรื่องคอมมิวนิสต์ ซึ่งในส่วนนี้เป็นมติของ ครม.เมื่อปี 2535

กลุ่มที่ 4 มีประมาณ 1 แสนกว่าไร่ ซึ่งกลุ่มนี้เรายังไม่ได้ให้ถอน ซึ่งจะต้องมีการพิสูจน์ เนื่องจากมีชาวบ้าน ที่อยู่มาตั้งแต่ก่อน ปี 2540 กว่าแล้วก็มี ซึ่งมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายทางอากาศ จึงต้องมีการพิสูจน์เป็นราย ซึ่งมีทั้งหมดประมาณ 5,200 ราย โดยในกลุ่มนี้มีการดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก เนื่องจากอยู่นอกพื้นที่เขต ส.ป.ก. และอยู่นอกเขตของที่ดินของกรมป่าไม้
และกลุ่มที่5 มีการมอบเป็นพื้นที่ราชพัสดุของหน่วยงานทหาร เพื่อใช้ในการซ้อมรบ ซึ่งมีประมาณ 6,000 กว่าไร่ มีรั้วรอบขอบชิดทั้งหมดแล้ว จึงต้องยกให้ราชพัสดุ เพื่อทำการเช่ากับทางทหาร ดังนั้น จึงมีการตัดพื้นที่ออกไปกว่า 1.5 แสนไร่ และได้ไปเอาพื้นที่ของกรมป่าไม้และพื้นที่อุทยานที่มีความคาบเกี่ยวกัน เกือบ 9 หมื่นไร่ กลับมาเป็นพื้นที่ของอุทยานฯ
ซึ่งเรื่องนี้ประชาชน ไม่ได้มีที่ดิน มีความยากจน ประมาณ 2-3 หมื่นครัวเรือน หากมีการปลูกทุเรียน จะไม่สามารถที่จะ JMP เพื่อส่งออกต่างประเทศได้ ซึ่งเมื่อเรานำที่ดินของอุทยานฯ ที่ยกให้ทาง ส.ป.ก. และมีการให้ประชาชนเข้าอย่างถูกต้อง ถึงจะสามารถจดทะเบียน JMP เพื่อส่งออกต่างประเทศได้ ซึ่ง เรื่องนี้มีผู้ตรวจการแผ่นดิน รวมตรวจสอบ และหลังจากนี้จะมีการตั้ง คณะครรมการ ขึ้นมาเพื่อพิสูจน์สิทธิ์ร่วมกับ ส.ป.ก. ซึ่งเรื่องนี้ตกค้างมานานกว่า 50 ปี ไม่ทำวันนี้ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ของอุทยาน หากมีการแจ้งความดำเนินคดี สุดท้ายก็ไม่อยากไปก้าวล่วงอำนาจศาล
อย่างไรก็ตาม แต่ความตั้งใจของประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่และมีการต่อสู้ เพราะมีการอยู่ก่อนที่จะมีการประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน และอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่เป็นมรดกโลกที่ทุกคนห่วงใย โดยมีการจดเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งได้มีการชี้แจงกับคณะกรรมการมรดกโลกว่าพื้นที่มีปัญหา กับคน 5 กลุ่ม โดยจะมีการกันพื้นที่บับเบิ้ลโซน เป็นแนวกันชน ไม่เกี่ยวกับพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ

ดังนั้น จึงขอให้ทุกคนเข้าใจในบทบาทของวันนี้ และขอบคุณ NGO ที่ให้ความห่วงใย แต่ให้เข้าใจว่าสิ่งที่ทำในวันนี้ปฏิบัติตามมติ ครม. ตั้งแต่ปี 2520 และปี 2535 และการประกาศทับอีกในปี 2524 ทางที่มีการประกาศเป็นที่ ส.ป.ก.ในปี 2521 ดังนั้น 3 กลุ่มนี้ เราจะต้องดูแลและทำตามกฎหมาย ส่วนกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับรีสอร์ท เราจับหมดอย่างแน่นอน เพราะเป็นคดีอยู่ โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มที่ 4 ซึ่งเราไม่ได้ไปพิสูจน์สิทธิ์ หรือ ให้ ส.ป.ก ให้กลุ่มทุนทำรีสอร์ท โรงแรม จึงต้องใช้กฎหมายและอำนาจของป่าไม้ ปี 2484 เพื่อไปจับกลุ่ม ส.ป.ก.
ส่วนกรอบระยะเวลาในการพิสูจน์สิทธิ์ นายสุชาติ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มที่ 4 ที่มีประชาชนอาศัยอยู่ ตั้งแต่ปี 2540 กว่า ต้องมีการพิสูจน์สิทธิ์ โดยจะให้เวลากรมอุทยานฯ ดำเนินการประมาณ 6 เดือน แต่สำหรับอีก 4 กลุ่มที่เหลือ คณะกรรมการที่ได้มีการพิจารณาไปวานนี้ (15มิ.ย.69) จะต้องให้คณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ นำเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี และต้องมีความเห็นห้อยท้าย
ว่า ส.ป.ก. และหน่วยงานป่าไม้ เข้าร่วมพิจารณาสิทธิ์เป็นรายแปลง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มีการกำชับให้ ความเป็นธรรมกับประชาชนที่มีความยากจนและอาศัยใหม่ก่อน ที่จะมีการประกาศเป็น อุทยานแห่งชาติทับลาน รวมถึงให้ความเห็นใจกลุ่มอนุรักษ์ ซึ่งเราต้องอยู่ตรงกลาง และหากปล่อยไว้ก็จะมีการตกค้าง
นอกจากนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีเพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูลภูเก็ต ระบุ ถึงการดำเนินการ ในที่ดินป่าไม้ บริเวณเทศบาลเชิงทะเล กว่า 50 ไร่ ที่ไม่มีใครกล้าทำอะไร เหตุเกรงใจรอง หวงอำนาจเหมือนชามข้าวหมา ว่า เมื่อวานนี้ได้มีการประชุมคณะกรรมการภูเก็ตโมเดล ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ตนทำไทม์ไลน์ หาดต่างๆ ที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ ซึ่งบางหาดมีศาลตัดสินจนถึงที่สุดแล้ว เช่น หาดนุ้ย มีการตัดสินแล้วเมื่อปี 2561 – 2562 แต่จะพบว่ากลับเข้ามายึดที่ดินอีก ก็ต้องนำหมายไปติดซึ่งจะมีการกำหนดระยะเวลา 45 วัน ซึ่งก็มีสิทธิ์อุทธรณ์ ทางหน่วยงานก็ต้องยอมให้อุทธรณ์
แต่เมื่อครบกำหนดแล้ว เราก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย หากมีการรื้อครั้งนี้ก็จะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว จะมีการนำชุดป่าไม้ ชุดอุทยาน ชุดฉลามขาว ชุดพยัคฆ์ไพร ไปรวมกันเป็นชุดเฉพาะกิจอยู่ที่นั้นเลย แล้วก็จะให้ประชาชนและชาวประมงได้ใช้ประโยชน์ ไม่ใช่ว่าประชาชนมาหาปลากลับมีมาเฟียเอาปืนมายิงชาวบ้าน หรือยิงเรือแบบนี้ไม่ถูกต้อง และวันนี้เราต้องเอาคืนให้กับประชาชน และไม่ใช่ว่าชาวบ้าน ประชาชนเดินลงหาดแล้วไปเก็บเงิน 300 บาท แบบนี้ มันเป็นจิ๊กโก๋กลางซอย ทำแบบนี้ไม่ได้ เดี๋ยวเราจะเอาคืนให้หมด
เมื่อถามว่า เพจดังกล่าว ยังระบุว่าเป็นการแย่งชามข้าวหมากันของรอง นายสุชาติ กล่าวว่า ตนไม่ได้โทษใคร แต่ถ้าหากมีใครทำผิดก็ไม่ไว้หน้าอยู่แล้ว เพราะนายกรัฐมนตรีสั่งตนอย่างเด็ดขาด ว่าไม่ให้สนใจใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นกรมหรือกระทรวงของตนเอง ก็ไม่ไว้หน้าเหมือนกัน พร้อมยกตัวอย่างว่า เช่น อุทยานแห่งชาติสิรินาถ ที่ภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่อุทยาน แต่ก็มีโรงแรมหลายแห่ง ที่ศาลมีการบังคับคดีถึงที่สุดแล้ว ซึ่งขณะนี้ตนกำลังทำตัวเลขโฉนดไปให้กับอธิบดีกรมที่ดิน เพื่อให้มีการเพิกถอนโฉนด ที่ออกมาไม่ถูกต้อง เช่น การนำสค.บินมาครอบ ซึ่งก็จะได้เห็นว่า ตนได้รื้อโรงแรมดังๆอีกหลายแห่ง
ที่ศาลมีการบังคับคดีถึงที่สุดแล้ว ซึ่งขณะนี้ตนกำลังทำตัวเลขโฉนดไปให้กับอธิบดีกรมที่ดิน เพื่อให้มีการเพิกถอนโฉนด ที่ออกมาไม่ถูกต้อง เช่น การนำสค.บินมาครอบ ซึ่งก็จะได้เห็นว่า ตนได้รื้อโรงแรมดังๆอีกหลายแห่ง ซึ่งความจริงตนไม่ได้อยากรื้อ แต่ศาลสั่งว่าเมื่อคดีถึงที่สุดแล้วต้องรื้อถอน แม้จะเสียดาย แต่ก็ต้องทำตามกฎหมาย
เมื่อถามต่อว่า ก่อนหน้านี้ที่ส่งเจ้าหน้าที่อุทยานไปตรวจสอบ เคยมีข้อมูลว่า ข้าราชการระดับรองผู้ว่าฯมาเกี่ยวข้องเรื่องส่วยด้วยหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ขอไม่ก้าวล่วง แต่ยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องความร่วมไม้ร่วมมือกัน แต่ตนก็เข้าใจเพราะเมื่อวานมีการประชุมข้าราชการ ก็ได้ข้อมูลว่าได้รับแรงกดดันเยอะมาก ซึ่งถ้าใครไม่ไหวห่วงความปลอดภัยในชีวิตและครอบครัวก็สามารถย้ายได้ ก็จะนำคนใหม่ไปทำงานแทน และหลังจากนี้กระทรวงจะนำชุดเฉพาะกิจทั้ง 3 กรม ลงไปอยู่ในพื้นที่ พร้อมย้ำว่าต้องปกป้องหาดของประชาชน ทั้งคาดการณ์ว่า ประมาณกลางเดือนกรกฎาคมประชาชนจะได้เห็นว่าเป็นฉากๆ ทีละแปลง ที่จะครบกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ แต่ตอนนี้ก็ปล่อยให้เค้าลั้นล้าไปก่อนแล้วรอเวลานิดหนึ่ง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews