ครม.เงา ปชน.จี้ รัฐทบทวน “ไทยช่วยไทยพลัส”

การเมือง ข่าว
ครม.เงา พรรคประชาชน จี้ รัฐทบทวน “ไทยช่วยไทยพลัส” ให้ร้านอาหารเอสเอ็มอีที่จดทะเบียนถูกต้องเข้าร่วม โครงการ แนะ ใช้งบคงเหลือ 1.6 หมื่นล้าน ช่วยผู้ประกอบการและจูงใจเข้าระบบภาษี

 

 

การประชุมครม. เงา ของพรรคประชาชน วันนี้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ครม.เงา ได้เชิญตัวแทนผู้ประกอบการร้านอาหารมารับฟังเสียงสะท้อนถึงผลกระทบจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเป็นผู้ประกอบการคนตัวเล็กเล็กแต่อยู่ในระบบภาษี

โดยนายวรันธร แดงใหญ่ ตัวแทนสมาคมร้านอาหาร กล่าวถึงผลกระทบของผู้ประกอบการนร้านอาหารระดับเอสเอ็มอี ว่า จากสภาพเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาทำให้ยอดขายตกลงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะสถานการณ์ตะวันออกกลางที่มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลต่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนภาษีทั้งทางตรงและทางอ้อมปรับขึ้นค่อนข้างสูง จากที่ขายไม่ดีอยู่แล้วและต้นทุนก็สูงขึ้น ขณะที่กำลังซื้อของประชาชนก็ลดลง

 

 

การที่รัฐบาลออกมาตรการไทยช่วยไทยพลัสได้กำหนดว่า ร้านอาหารที่จดทะเบียนถูกต้อง มียอดขาย 1.8 ล้านบาทต่อปี เฉลี่ยวันละ 5,000 บาท ซึ่งหากเทียบกับร้านก๋วยเตี๋ยวบางร้านอาจมียอดขายต่อวันมากกว่านี้แต่อาจไม่ได้เข้าระบบภาษี จึงอยากให้เล็งเห็นว่า เมื่อมาตรการไทยช่วยไทยพลัสออกมาทำให้ยอดขายกลุ่มร้านค้า เอสเอ็มอี ตกลงอีกเพราะไม่ได้เข้าร่วมโครงการ และประชาชนที่ร่วมโครงการก็เทไปใช้ร้านสตรีทฟู๊ดทั่วไป

ขอเสนอให้รัฐบาลเล็งเห็นว่า ธุรกิจร้านอาหารกลุ่มเอสเอ็มอี ที่ยอดขายไม่เกิน 100 ล้านบาทอยากให้พิจารณาเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสได้ด้วย พวกเราก็สะบักสะบอมกับสภาวะเศรษฐกิจ ปัจจัยภายนอกราคาน้ำมัน ต้นทุน พร้อมได้เสนอปัญหานี้ผ่าน ครม.เงาด้วย

 

 

ขณะที่นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ทีม ครม.เงา ด้านเศรษฐกิจใหม่ พรรคประชาชน กล่าวว่า มาตรการไทยช่วยไทยพลัส ที่อนุญาตให้เฉพาะร้านอาหารที่เป็นบุคคลธรรมดาเข้าโครงการได้ เป็นการลงโทษผู้ประกอบการที่ทำดีจดทะเบียนนิติบุคคล เสียภาษีอย่างถูกต้อง ซึ่งกลุ่มนี้รัฐกลับมองว่าเป็นร้านใหญ่แล้ว มองว่าเป็นวิธีคิดที่ขาดรายละเอียดเกินไป โดยร้านที่เป็นผู้ประกอบการไซส์เอสเอาเข้าจริงไม่ได้ใหญ่เสมอไปแต่ยอดขายสูงต่อวันและไม่ได้จดทะเบียนแต่ได้เข้าร่วมโครงการ แต่ร้านที่จดทะเบียนถูกต้องกลับไม่ได้เข้าร่วมโครงการ

โดยมีข้อเสนอคือ ในช่วงที่เพิ่งเริ่มต้นโครงการและยังเหลือระยะเวลาอีก 3 เดือนจะสิ้นสุดโครงการ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลปรับแก้กฎเกณฑ์ร้านค้า ในไซส์เอสที่จดทะเบียนถูกต้องมีข้อมูลในกรมสรรพกร กรมพัฒนาธุรกิจ น่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการที่ทำถูก ส่วนผู้ลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่ฐบาลตั้งไว้ 30 ล้านสิทธิ์ และมีผู้ลงทะเบียน 26 ล้านคน

“งบงบประมาณเหลือ 1.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งรัฐบาลสามารถนำงบประมาณส่วนนี้ มาช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการนิติบุคคล และเป็นการจูงใจให้ร้านค้าเข้าระบบภาษี”

นายณัฐพงษ์ กล่าวทิ้งทายว่า นอกจากนี้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร อย่างสะท้อนว่า กำลังโดนแพลตฟอร์มต่างๆ เอาเปรียบ เราจึงต้องช่วยกันตั้งคำถามที่รัฐบาล ดำเนินโครงการมีความเหมาะสมหรือไม่ เราไม่ได้ค้านในส่วนนี้ แต่อย่าทำงานหยาบ เพราะถ้าทำงานลงรายละเอียดก็จะแก้ปัญหาได้ตรงจุดเพื่อช่วยผู้ประกอบการคนตัวเล็กที่ทำถูกต้องตามระบบ

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา