“มัลลิกา” ลุยบางแค–ธนบุรี-ตลิ่งชัน กระแสแรง! พ่อค้าแม่ค้าต้อนรับอบอุ่น ฝากความหวัง ‘Street Food Paradise’ ฟื้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มพื้นที่ค้าขาย สู้ค่าครองชีพ
บรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงของ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 ที่ตลาดในพื้นที่เขตบางแคและเขตธนบุรี รวมถึง ตลาดคลองลัดมะยม เขตตลิ่งชัน เป็นไปอย่างคึกคักตลอดเส้นทาง ประชาชน พ่อค้าแม่ค้า และผู้ประกอบการรายย่อยต่างออกมาต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมสะท้อนปัญหาปากท้องและฝากความหวังต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของกรุงเทพมหานครระหว่างการลงพื้นที่
นางมัลลิกา ได้รับฟังข้อเสนอจากกลุ่มผู้ค้าจำนวนมากที่ต้องการให้กรุงเทพมหานครเดินหน้านโยบาย “Street Food Paradise” อย่างจริงจัง เพื่อส่งเสริมการค้าขาย กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้กับประชาชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยและร้านอาหารริมทางที่ถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของกรุงเทพมหานคร

ผู้ค้าหลายรายสะท้อนตรงกันว่า การจัดระเบียบพื้นที่ค้าขายควรดำเนินการควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพ ไม่ใช่การปิดกั้นโอกาสทางเศรษฐกิจ พร้อมเสนอให้มีพื้นที่ค้าขายที่ชัดเจน เป็นระเบียบ สะอาด ปลอดภัย และสามารถค้าขายบนทางเท้าได้ในจุดที่เหมาะสมและคนจับจ่าย ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน
นอกจากนี้ ผู้ค้าจำนวนมากยังสะท้อนถึงผลกระทบจากนโยบายในอดีตที่ทำให้หลายครอบครัวสูญเสียรายได้ ต้องย้ายพื้นที่ค้าขาย หรือเผชิญความไม่แน่นอนในการประกอบอาชีพ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง จึงเรียกร้องให้ผู้บริหารกรุงเทพมหานครคนใหม่ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างความเป็นระเบียบของเมืองกับการคุ้มครองอาชีพของประชาชน
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาสะท้อนอย่างต่อเนื่อง คือ ปัญหาการแข่งขันทางการค้าจากผู้ประกอบการต่างชาติที่เข้ามาค้าขายในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร โดยประชาชนบางส่วนแสดงความกังวลเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายและการจัดระเบียบแผงค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโอกาสประกอบอาชีพของคนไทยในระยะยาว พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม

นางมัลลิกา กล่าวว่า กรุงเทพมหานครต้องเป็นเมืองแห่งโอกาสสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้ค้ารายย่อยซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก พร้อมผลักดันแนวคิด “Street Food Paradise” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเพิ่มพื้นที่ค้าขายที่เหมาะสม สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน และทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองแห่งอาหารระดับโลกควบคู่ไปกับความเป็นระเบียบและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน
“กรุงเทพฯ ต้องเป็นเมืองที่คนตัวเล็กมีที่ยืน ผู้ค้ารายย่อยต้องมีโอกาสทำมาหากินอย่างสุจริต เราสามารถจัดระเบียบเมืองควบคู่กับการสร้างรายได้ให้ประชาชนได้ ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็งคือรากฐานสำคัญของมหานครแห่งอนาคต”
ดังนั้น การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงเสียงเรียกร้องจากประชาชนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ การเพิ่มโอกาสทางอาชีพ และการบริหารจัดการเมืองที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของคนกรุงเทพฯ มากยิ่งขึ้น ส่วนเหตุการณ์เฉพาะหน้าหน้าที่ประชาชนสื่อสารมา คือ การร้องเรียนเรื่องเกี่ยวกับรถเมล์ ขสมก. เรียนที่จะเข้าป้ายโดยอ้างเรื่องมีรถแท็กซี่จอดขวางอยู่ จึงทำให้ประชาชนที่รอรถนานหลายชั่วโมงมีโอกาสขึ้นรถเมล์และโดยเฉพาะรถเมล์ปรับอากาศก็ไม่ค่อยชอบที่จะให้ประชาชนที่ลุงไปเบียดรถเมล์เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่รู้สึกน้อยใจมาก นางมัลลิกา จึงตัดสินใจบอกว่า ทุกอย่างเป็นอิสระและเสรีภาพของเราและเรามีเงินที่จะจ่ายค่ารถเมล์ต้องสามารถขึ้นได้
หลังจากนั้น นางมัลลิกา จึงโบกรถเมล์ ปรับอากาศที่เข้าป้ายมาและกำชับโดยยกมือไหว้คนขับรถเมล์ว่า ให้ดูแลประชาชนอย่างเท่าเทียมกันและให้โอกาสคนที่เค้ายืนรออยู่นานแม่ถือของพรุงพลังก็ขอให้เขาได้มีโอกาสขึ้นด้วยกันเถอะ ประชาชนที่ถือของหนักรอรถ ก็กระโดดขึ้นรถเมล์ปรับอากาศกันทันที
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN