“ไชยชนก”มั่นใจ”เขากระโดง” ไม่เป็นจุดอ่อน หยุดดราม่าปม “แม่-วุฒิการศึกษา”

การเมือง ข่าว
“ไชยชนก”มั่นใจ”เขากระโดง” ไม่เป็นจุดอ่อนรัฐบาล ย้ำคำเดิมเรื่องเอกสารสิทธิ์ยึดความถูกต้อง ชี้ “ปู่ชัย”เซ็นคืนส่วน 6 ไร่ ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ครอบครอง พร้อมตอบดราม่า เรื่องแม่ -วุฒิการศึกษา ขอให้โฟกัสให้ถูกจุด มอบฝ่ายกฏหมายดูแลฟ้องกลับ

 

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงกรณีที่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวช สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยและกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีทวงถามเกี่ยวกับเรื่องที่ดินเขากระโดง ว่า ตามที่ได้ศึกษาข้อมูลมาขอให้ปล่อยไปตามกระบวนการกฎหมาย และ ขอยืนยันเหมือนเดิมตามที่เคยบอกในเรื่องของสิทธิ์และความถูกต้อง

 

สำหรับในส่วนที่ถูกขุดขึ้นมาเป็นประเด็น คือเรื่องของนายชัย ชิดชอบ เรื่องนี้ตนอยากให้ไปเช็คข้อมูลด้วยตัวเอง ไม่ต้องฟังจากปากตน ซึ่งเรื่องเนื้อที่ที่ปู่ชัยเซ็น เพราะไม่มีเอกสารสิทธิ์มีเพียง 6 ไร่ และเห็นแล้วว่าหากไม่มีเอกสารสิทธิ์ครอบครัวของเราก็เซ็นอยู่ อะไรที่ไม่มีสิทธิ์และไม่ถูกต้อง เราต้องยึดมั่นในความถูกต้อง แต่พื้นที่ที่เหลือมันมีเอกสารสิทธิ์ และเราครอบครองอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ก็ขอปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย

ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ฟ้องในส่วนของที่ดินที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวชิดชอบหรือไม่ นายไชยชนก ระบุว่า ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนกระบวนการของกฎหมาย ขอให้เป็นเรื่องของทีมฝ่ายกฎหมายมาตอบเพื่อความชัดเจนประเด็นดังกล่าวนี้จะเป็นจุดอ่อนของรัฐบาลใช่หรือไม่ นายไชยชนก ยืนยันว่า “ผมคิดว่าไม่”

 

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสโจมตีเกี่ยวกับเรื่องแม่ ว่า ตนขอชี้แจงเพียงรอบเดียว เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมที่จะดึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง โดยความสัมพันธ์กับคุณแม่นั้น ตนทราบว่าได้หย่ากับนายเนวิน ชิดชอบ บิดาของตน ตั้งแต่ตนอายุประมาณ 2–3 ขวบ ซึ่งยังจำความอะไรไม่ได้เลย และเท่าที่จำความได้ คุณแม่กรุณา ชิดชอบ เป็นผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กจนโต

 

ทั้งนี้ ตนเคยถามเรื่องมารดาที่ให้กำเนิดกับคุณพ่อหรือไม่ ตนเคยถามแต่เป็นคำถามที่คุณพ่อไม่สบายใจที่จะตอบ จึงไม่ได้ถามต่อถึงเหตุผลว่าทำไมถึงเลิกรากัน โดยทราบว่าคุณแม่มีครอบครัวใหม่ และมีความสุขดี คบกันมายาวนานหลายสิบปีแล้ว ซึ่งตนไม่ได้พบหรือพูดคุยกับคุณแม่ โดยเมื่อเติบโตขึ้นก็ได้ติดตามความเป็นอยู่ของคุณแม่ ซึ่งทราบว่าไม่ได้ลำบากอะไร

 

ส่วนกรณีคดีปี 2554 ที่ตำรวจบุกทลายบ่อน และมีคดีความที่เกี่ยวข้องกับมารดาของตนนั้น ไม่เคยทราบมาก่อน และเพิ่งมาทราบภายหลัง ทำให้ได้รู้จักคุณแม่มากขึ้น ทั้งนี้ อยากบอกว่า อดีต ปัจจุบัน และอนาคตเป็นอย่างไร ขอขอบคุณที่ให้กำเนิดตนมา และเรื่องที่เป็นกระแสข่าวไม่ได้กระทบความรู้สึก ขอให้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ขอให้โฟกัสให้ถูกจุด อย่าเบี่ยงไปเรื่องอื่น เพราะคุณแม่ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ ต่างคนต่างอยู่ ต่างครอบครัว และทุกคนก็มีความสุขอยู่แล้ว”

เมื่อถามว่า ตั้งแต่เกิดเรื่อง คุณพ่อได้ให้คำแนะนำอะไรหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ต้องอดทน เพราะเราเป็นเป้า และเป็นเรื่องปกติ ต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง อยู่ให้ได้ เชื่อมั่นในสิ่งที่คุณพ่อสอนว่า หากมีเจตนาทำดี ก็ให้ยึดมั่นและทำต่อไป

 

เมื่อถามถึงกรณีวุฒิการศึกษา ที่ไปศึกษาต่อต่างประเทศถึง 17 ปี แต่เหตุใดจึงมาจบปริญญาตรี ที่ จ.บุรีรัมย์ นายไชยชนก กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่เคยปิดบัง เคยเรียน prep school และ high school ระหว่างเรียนมหาวิทยาลัยมีการซ้ำชั้น มีฝึกงาน และสุดท้ายจึงออกจากการเรียนเพื่อไปทำสนามแข่งรถ ทั้งที่ยังเรียนไม่จบ ทั้งหมดไม่มีสิ่งใดที่เคยปิดบัง ทั้งเรื่องครอบครัว และการศึกษา

 

เมื่อถามว่าจะใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อปกป้องตนเองหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยได้มอบหมายฝ่ายกฎหมายไปดูแล หากรับได้ก็อาจไม่จำเป็นต้องดำเนินการ เพราะไม่อยากก่อกรรมเพิ่ม แต่จะขอปรึกษาทีมกฎหมายก่อน

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่