“ภัณฑิล-ปชน.” ซัด”โสภณ” 90 วันเน้นพิธีกรรมมากกว่างานสภา

การเมือง ข่าว
“ภัณฑิล-ปชน.” ซัด”โสภณ” 90 วันเน้นพิธีกรรมมากกว่างานสภา ดึงสติ รัฐสภาไม่ใช่ค่ายลูกเสือ จี้ เร่งเดินหน้ากฎหมาย-ญัตติค้างคา แก้ปัญหาประชาชน

 

นายภัณฑิล น่วมเจิมสส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน แถลงวิพากษ์การทำงานของ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในช่วง 90 วันที่ผ่านมา โดยเห็นว่า ยังให้ความสำคัญกับกิจกรรมเชิงพิธีการมากเกินไป ขณะที่ภารกิจหลักของฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้งการพิจารณาร่างกฎหมาย ญัตติ และรายงานค้างพิจารณา ยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร พร้อมยอมรับว่า มีบางเรื่องที่นายโสภณดำเนินการได้ดี เช่น การติดตามปัญหายาเสพติดในจังหวัดบุรีรัมย์ แต่เห็นว่าหน้าที่หลักของประธานสภาผู้แทนราษฎรควรอยู่ที่การขับเคลื่อนงานนิติบัญญัติภายในรัฐสภา มากกว่าการให้ความสำคัญกับกิจกรรมหรือพิธีการต่าง ๆ

 

โดยยกตัวอย่างกรณีการจัดแถวเคารพธงชาติของตำรวจรัฐสภาในช่วงเวลา 08.00 น. และ 18.00 น. รวมถึงกิจกรรมจิตอาสาทำความสะอาดพื้นที่ภายในรัฐสภา ซึ่งมองว่าไม่ใช่ภารกิจสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติ พร้อมระบุว่า หากต้องการสร้างวินัยหรือความเป็นระเบียบ ควรเริ่มจากการทำหน้าที่หลักของสภาให้มีประสิทธิภาพก่อน เพราะรัฐสภาไม่ใช่ค่ายลูกเสือ และไม่ใช่สถานที่จัดพิธีกรรม หน้าที่สำคัญคือการออกกฎหมายและแก้ปัญหาให้ประชาชน

 

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการทำหน้าที่บนบัลลังก์ของนายโสภณ โดยระบุว่า ประธานสภาฯ มักมอบหมายให้รองประธานสภาฯ ทำหน้าที่ควบคุมการประชุมเป็นส่วนใหญ่ จึงอยากให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่าประธานสภาฯ ใช้เวลาในการกำกับการประชุมมากน้อยเพียงใด พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้คัดค้านกิจกรรมจิตอาสาหรือการเคารพธงชาติ แต่ต้องการสะท้อนให้เห็นถึงการจัดลำดับความสำคัญของงาน โดยเฉพาะในช่วงที่มีญัตติ ร่างกฎหมาย และรายงานต่าง ๆ ค้างพิจารณาเป็นจำนวนมาก รวมถึงการประสานงานกับคณะรัฐมนตรีเพื่อตอบกระทู้ถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายภัณฑิล ตั้งข้อสังเกตว่า ตลอดช่วง 90 วันที่ผ่านมา ยังไม่มีร่างกฎหมายใหม่เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่ญัตติค้างพิจารณาสะสมแล้วมากกว่า 30 ญัตติ รวมถึงรายงานของคณะกรรมาธิการหลายฉบับที่ยังไม่ได้รับการบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม พร้อมทวงถามถึงคำมั่นของประธานสภาฯ ที่เคยระบุว่า จะเพิ่มวันประชุมในวันศุกร์เพื่อเร่งสะสางงานค้างของสภา

 

โดยตั้งคำถามว่าที่ผ่านมาได้ดำเนินการจริงมากน้อยเพียงใด รวมถึงการผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญและร่างกฎหมายสำคัญอื่น ๆ

 

นายภัณฑิล ยังกล่าวว่า หากพิจารณาสถิติการประชุมสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 19 ครั้งที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นเพียงการยืนยันร่างกฎหมายที่ค้างมาจากสภาชุดก่อน ขณะที่ร่างกฎหมายใหม่ยังไม่มีความคืบหน้า ทำให้ประชาชนยังไม่เห็นบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยประชาชนควรจดจำประธานสภาฯ ในฐานะผู้ขับเคลื่อนงานนิติบัญญัติ ไม่ใช่จดจำจากภาพการเคารพธงชาติหรือกิจกรรมจิตอาสา

 

ทั้งนี้ แม้การประเมินผลงานในช่วง 90 วันอาจเร็วเกินที่จะให้คะแนนการทำงานของประธานสภาฯ แต่ต้องการส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า และเรียกร้องให้ในอนาคตเพิ่มวันประชุมเพื่อเร่งพิจารณาร่างกฎหมาย ญัตติ และรายงานที่ค้างอยู่ รวมถึงเปิดโอกาสให้ร่างกฎหมายที่เสนอโดย สส. และภาคประชาชนได้รับการพิจารณามากขึ้น ไม่ใช่เน้นเฉพาะร่างกฎหมายจากคณะรัฐมนตรี พร้อมยังเรียกร้องให้ประธานสภาฯ ลดกิจกรรมเชิงพิธีการที่ไม่จำเป็น เพื่อลดภาระของข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐสภา พร้อมย้ำว่า ความสำเร็จของฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้วัดจากพิธีกรรมหรือกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่ต้องวัดจากประสิทธิภาพในการออกกฎหมาย ตรวจสอบฝ่ายบริหาร และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่