“ณัฐพงษ์” นำ ครม.เงา ถกวิกฤตการค้า-สิ่งแวดล้อม จี้ รัฐบาลเร่งแก้ปัญหากุ้งไทยถูกมาเลเซียแบน สู้ข้อกล่าวหาสหรัฐฯ พร้อมเอาจริงปมแม่น้ำปนเปื้อนสารพิษจากเหมืองเพื่อนบ้าน
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นำคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) แถลงผลการประชุมติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ การค้า และสิ่งแวดล้อม โดยหยิบยก 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ กรณีมาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้งไทย การรับมือมาตรการทางการค้าของสหรัฐอเมริกาภายใต้มาตรา 301 และปัญหาแม่น้ำปนเปื้อนสารพิษจากการทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเตรียมนำเข้าสู่การติดตามในที่ประชุมคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ วันที่ 11 มิถุนายนนี้
นายณัฐพงษ์ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงปรับเกณฑ์การลดหย่อนภาษีให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบัน ส่วนในด้านสิ่งแวดล้อม นายณัฐพงษ์ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งแก้ไขปัญหาแม่น้ำปนเปื้อนสารพิษในภาคเหนือและภาคใต้ ซึ่งมีสาเหตุจากกิจกรรมเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยปัจจุบันประชาชนในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และระนอง กำลังได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อนของสารโลหะหนักในแม่น้ำสายสำคัญ เช่น แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง และแม่น้ำสาละวิน ส่งผลต่อสุขภาพ ความปลอดภัยของน้ำประปา ภาคเกษตรกรรม และธุรกิจท่องเที่ยว ขณะที่แม่น้ำกระบุรี จังหวัดระนอง ยังพบปัญหาความขุ่นเกินมาตรฐาน รวมถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับการลักลอบขนแร่หายากผ่านพื้นที่ชายแดน
นายณัฐพงษ์ วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลว่า ยังไม่ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าวอย่างเพียงพอ พร้อมยกกรณีเครือข่ายภาคประชาชนจัดกิจกรรมเดินธรรมยาตราเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล แต่ไม่มีรัฐมนตรีเข้ารับหนังสือด้วยตนเอง พร้อมเสนอแนวทางแก้ปัญหาเร่งด่วน 3 ด้าน ได้แก่ การจัดตั้งความร่วมมือระหว่างไทย-จีน-เมียนมา-ลาว เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำและติดตามห่วงโซ่อุปทานเหมืองแร่ การออกกฎหมายลำดับรองภายใต้พระราชบัญญัติแร่ เพื่อควบคุมการนำเข้าแร่สำคัญที่อาจเกี่ยวข้องกับการทำลายสิ่งแวดล้อม และการจัดสรรงบประมาณในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570เพื่อรองรับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

ขณะที่ นายเดชรัต สุขกำเนิด หัวหน้าทีมด้านคุณภาพชีวิตของ ครม.เงา แสดงความกังวลต่อกรณีรัฐบาลมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งจากไทย 5 สายพันธุ์เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมี นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย ร่วมสะท้อนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรและผู้ประกอบการ ซึ่งส่งผลให้ราคากุ้งปรับตัวลดลงประมาณ 50 บาทต่อกิโลกรัม และสร้างความเสียหายต่อทั้งผู้เพาะเลี้ยงและผู้ประกอบการประมง
นายเดชรัต ระบุว่า รัฐบาลเหลือเวลาอีกเพียงประมาณ 10 วันในการเจรจาเปิดตลาดส่งออก ก่อนที่เกษตรกรจำนวนมากจะเผชิญภาวะกุ้งล้นบ่อและราคาตกต่ำอย่างรุนแรง พร้อมเสนอให้รัฐบาลเร่งเจรจากับมาเลเซีย ควบคู่กับมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาและการรับซื้อผลผลิตส่วนเกิน รวมถึงกำหนดราคาอ้างอิงที่ชัดเจนในแต่ละพื้นที่
ด้านนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจใหม่ พร้อมด้วย นายพิศาล มาณวพัฒน์ ที่ปรึกษา ครม.เงา เรียกร้องให้รัฐบาลเตรียมรับมือมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะกรณีที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เตรียมใช้มาตรา 301 ในการตรวจสอบและอาจกำหนดมาตรการทางการค้าต่อไทย โดยนายวีระยุทธ เห็นว่ารัฐบาลควรดำเนินยุทธศาสตร์ “สู้ไปพร้อมกับเจรจา” โดยต้องชี้แจงข้อกล่าวหาเรื่องการผลิตส่วนเกินและการใช้แรงงานบังคับด้วยข้อมูลข้อเท็จจริง พร้อมยกระดับมาตรฐานแรงงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการค้ากับทั้งสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปในระยะยาว นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยรายละเอียดการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade : ART) ต่อสาธารณะ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และชี้แจงว่ามีเงื่อนไขหรือข้อแลกเปลี่ยนใดที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยในอนาคต
ขณะที่ นายพิศาล เสนอให้รัฐบาลวางยุทธศาสตร์การเจรจากับสหรัฐฯ โดยทำความเข้าใจโครงสร้างอำนาจทางการเมืองในกรุงวอชิงตันให้มากขึ้น พร้อมแนะนำให้ขยายการหารือไปยังบุคคลสำคัญในฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ ที่มีบทบาทต่อการกำหนดนโยบายการค้า เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย อีกทั้งยังเสนอให้ไทยใช้สถานะพันธมิตรระยะยาวของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเป็นแต้มต่อในการเจรจา
และส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนไทยในมลรัฐสำคัญทางการเมืองของสหรัฐฯ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและเพิ่มอำนาจต่อรองในระยะยาว
ทั้งนี้ พรรคประชาชนยืนยันว่า จะติดตามทั้ง 3 ประเด็นอย่างใกล้ชิด ผ่านกลไกของสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้รัฐบาลดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews