รัฐบาลเดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตบุคลากรสาธารณสุข ปรับโครงสร้างค่าจ้างใหม่ เริ่ม 1 ต.ค. 69 ค่าจ้างขั้นต่ำสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ พร้อมเสนอเพิ่มกรอบจ้างงาน 93,000 อัตรา
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงในการทำงานของบุคลากรภาครัฐ โดยเฉพาะบุคลากรด้านสาธารณสุขซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการดูแลสุขภาพของประชาชนทั่วประเทศ
รองโฆษกฯ กล่าวว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบนโยบายให้เร่งยกระดับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของบุคลากรสาธารณสุขทุกระดับ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้เดินหน้าปรับโครงสร้างบัญชีค่าจ้างใหม่สำหรับพนักงานกระทรวงสาธารณสุข (พกส.) และลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน ภายหลังได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง และคณะกรรมการบริหารพนักงานกระทรวงสาธารณสุข (กพส.) ได้มีมติเห็นชอบแนวทางดังกล่าว พร้อมมาตรการชดเชยผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างค่าจ้าง
ภายใต้โครงสร้างใหม่ อัตราค่าจ้างขั้นต่ำของทั้งสองกลุ่มจะเริ่มต้นที่ 10,520 บาทต่อเดือน หรือเฉลี่ยประมาณ 457 บาทต่อ23วันทำการ ซึ่งสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำในปัจจุบัน โดยกำหนดให้มีผลบังคับใช้พร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้หน่วยบริการสาธารณสุขทั่วประเทศมีระยะเวลาเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณและการบริหารจัดการบุคลากรอย่างเหมาะสม
นางสาวลลิดา กล่าวว่า การปรับโครงสร้างค่าจ้างครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในการยกระดับมาตรฐานการดูแลบุคลากรสาธารณสุขทุกระดับ ทั้งในด้านรายได้ สวัสดิการ และความก้าวหน้าในอาชีพ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน และช่วยรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพให้อยู่ในระบบสาธารณสุขของประเทศอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขยังได้เสนอขอความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง เพื่อเพิ่มกรอบอัตราการจ้างงานสำหรับพนักงานกระทรวงสาธารณสุขและลูกจ้างชั่วคราวรายเดือนอีก 93,000 อัตรา เพื่อรองรับการบรรจุนักเรียนทุน
และเปิดโอกาสให้ลูกจ้างชั่วคราวรายวันได้รับการปรับสถานะเข้าสู่รูปแบบการจ้างงานที่มีความมั่นคงมากขึ้น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง
“รัฐบาลเชื่อว่าการดูแลบุคลากรสาธารณสุขให้มีรายได้ที่เหมาะสม มีความมั่นคงในการทำงาน และมีเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพที่ชัดเจน จะช่วยเสริมสร้างขวัญกำลังใจและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพบริการสาธารณสุข และการดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” นางสาวลลิดา กล่าว
ทั้งนี้ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเดินหน้าพัฒนาระบบสาธารณสุขควบคู่ไปกับการดูแลบุคลากรทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสุขภาพของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews