“คริส-พรรคเศรษฐกิจ” แฉขบวนการ “ระบอบอากง” โยงจุฬาคอนเนกชั่น

ทั่วไป ข่าว
“คริส-พรรคเศรษฐกิจ” แฉขบวนการ “ระบอบอากง” ผู้ว่าฯ กทม. เงา มี ปร.-อดีต ผอ. เขตเป็นมือขวา จุฬาคอนเนกชั่น โกยผลประโยชน์ พบเรียกค่าเก้าอี้ 4 ล้าน จี้ “ชัชชาติ” กวาดล้างให้สิ้น

 

นายคริส โปตานันท์ สส.พรรคเศรษฐกิจ แถลงข่าวเปิดเผยข้อมูลที่เรียกว่า “ระบอบอากง” โดยกล่าวอ้างว่า มีกลุ่มบุคคลอยู่เบื้องหลังการบริหารงานของกรุงเทพมหานคร และมีบทบาทในการเรียกรับผลประโยชน์ รวมถึงแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับพื้นที่ พร้อมเรียกร้องให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และในฐานะผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 9 ออกมาชี้แจงและดำเนินการจัดการปัญหาอย่างจริงจัง

 

นายคริส ระบุว่า สิ่งที่นำมาเปิดเผยไม่ใช่การโจมตีทางการเมืองหรือการดิสเครดิตบุคคลใด แต่ต้องการสะท้อนปัญหาการทุจริตที่ยังคงเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร แม้ว่านายชัชชาติจะได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้บริหารที่มีความสามารถและมีภาพลักษณ์โปร่งใสก็ตาม โดยนายคริส กล่าวอ้างว่า “อากง” เปรียบเสมือนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเงา ซึ่งเป็นผู้กำหนดทิศทางและจัดการงานสำคัญภายใน กทม. ขณะที่ผู้ว่าฯ เป็นผู้ลงนามในคำสั่งต่าง ๆ เท่านั้น พร้อมระบุว่า “อากง” เป็นข้าราชการการเมืองที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าฯ กทม. และเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายที่เรียกว่า “จุฬาคอนเนกชัน”

นอกจากนี้ ยังกล่าวอ้างถึงบุคคลอีกคนหนึ่งซึ่งใช้ชื่อย่อว่า “ปร.” อดีตผู้อำนวยการเขต ที่ทำหน้าที่เป็นมือขวาของ “อากง” และมีบทบาทดูแลหน่วยงานสำคัญ 4 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายโยธา ฝ่ายเทศกิจ ฝ่ายสิ่งแวดล้อม และฝ่ายรักษาความสะอาด ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตและการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่

 

นายคริส อ้างว่า ได้รับข้อมูลร้องเรียนจากผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตหลายรายว่า การแต่งตั้งขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเขตมีการเรียกรับเงินหรือ “ค่าเก้าอี้” สูงถึง 4 ล้านบาท โดยผู้ที่ต้องการเลื่อนตำแหน่งจะต้องเข้าพบกลุ่มผู้มีอิทธิพลในสถานที่แห่งหนึ่งย่านสุทธิสาร และไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือเข้าไปในระหว่างการพูดคุย พร้อมระบุว่า หากไม่มีการจ่ายเงิน ก็อาจไม่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเขต และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบผู้อำนวยการเขตในหลายพื้นที่ที่ถูกกล่าวอ้างถึง เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง

 

นายคริส ยังกล่าวว่า เมื่อมีการลงทุนจ่ายเงินเพื่อให้ได้ตำแหน่ง ผู้ดำรงตำแหน่งบางราย จึงพยายามเรียกคืนผลประโยชน์ผ่านหน่วยงานที่มีอำนาจอนุญาตหรือกำกับดูแล เช่น การค้าขายบนทางเท้า การอนุญาตก่อสร้างและต่อเติมอาคาร หรือการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ต่าง ๆ

สำหรับฝ่ายโยธา นายคริสตั้งข้อสังเกตว่า แม้ กทม. จะมีระบบยื่นขออนุญาตก่อสร้างแบบออนไลน์เพื่อลดการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน แต่ในทางปฏิบัติยังมีการร้องเรียนเรื่องการถ่วงเวลาและการเรียกรับผลประโยชน์ โดยเฉพาะกรณีที่มีการให้เจ้าหน้าที่หรือบุคคลใกล้ชิดเป็นผู้จัดทำแบบก่อสร้าง

 

นายคริส ยืนยันว่า ปัญหาการร้องเรียนเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์ในการแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากรมีมาตั้งแต่ปี 2566 และเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งคำถามว่านายชัชชาติเกรงใจบุคคลหรือกลุ่มใดหรือไม่ จึงปล่อยให้มีการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายผู้อำนวยการเขตจำนวนมาก จนเกิดข้อครหาเรื่องความไม่เป็นธรรมและไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ปกติ ทั้งนี้ หากนายชัชชาติกลับมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. อีกสมัย สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องกำจัดระบอบอากงให้หมดไป เพราะตราบใดที่ระบบนี้ยังอยู่ การทุจริตในสำนักงานเขตก็จะยังคงอยู่ และประชาชนก็จะยังได้รับผลกระทบต่อไป

 

นอกจากนี้ นายคริสยังเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อขยายขอบเขตการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ครอบคลุมตั้งแต่ระดับหัวหน้า ไปจนถึงผู้อำนวยการเขต เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารราชการ ขณะเดียวกันข้อมูลส่วนหนึ่งจะส่งต่อให้นายจิรายุ ห่วงทรัพย์อดีต สส.พรรคเพื่อไทย เพื่อเดินหน้ายื่นต่อ ป.ป.ช. ในการตรวจสอบต่อไป

 

ด้าน พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคเศรษฐกิจ กล่าวว่า หากได้รับเลือกตั้ง จะเร่งตรวจสอบและปราบปรามการทุจริตภายในกรุงเทพมหานครอย่างจริงจัง พร้อมผลักดันการแก้ไขกฎหมายให้ผู้จ่ายสินบนได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายมากขึ้น เพื่อจูงใจให้เปิดเผยข้อมูลการทุจริต นอกจากนี้ ยังเสนอให้แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการแสดงบัญชีทรัพย์สินของข้าราชการระดับชำนาญการพิเศษขึ้นไป และยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบทุกกรณีที่มีข้อกล่าวหาเรื่องทุจริต โดยไม่ละเว้นผู้ใด

 

ส่วนประเด็นนโยบายยกเลิกการจัดเก็บค่าธรรมเนียมขยะของกรุงเทพมหานคร พล.ต.ท.ชาญเทพ ระบุว่า สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากปัจจุบัน กทม. มีต้นทุนในการจ้างเอกชนกำจัดขยะสูงมาก ขณะที่ขยะสามารถนำไปแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า ปุ๋ย และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ หากมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่