ศาลคดีทุจริตฯ สั่งคุก 3 ปี 2อดีตบิ๊กปปช. ปกปิดข้อมูล “นาฬิกาลุงป้อม”

การเมือง ข่าว
ศาลอาญาคดีทุจริตภาค1 สั่งจำคุก 2 อดีตบิ๊ก ป.ป.ช. 3ปี ไม่รอลงอาญา ฐานปกปิดข้อมูล นาฬิกาลุงป้อม -ลุ้นประกันตัว

วันนี้ (27พ.ค.69 ที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 อ่านคำพิพากษา ในคดีที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้บริหารและกรรมการ ป.ป.ช. รวม 12 คน ประกอบด้วย

1.นายนิวัติไชย เกษมมงคล อดีตเลขาฯ ป.ป.ช.

2.นายวรวิทย์ สุขบุญ อดีตเลขาฯ ป.ป.ช.

3.พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ

4.นายปรีชา เลิศกมลมาศ

5.พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง

6.นายณรงค์ รัฐอมฤต

7.นางสาวสุภา ปียะจิตติ

8.นายวิทยา อาคมพิทักษ์

9.นางสุวณา สุวรรณจูฑะ

10.พลเอก บุณยวัจน์ เครือหงส์

11.นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา และ

12.นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข

 


เนื่องจากทั้ง 12 คน มีส่วนในการปกปิดเอกสารการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ครั้งเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

 

ระหว่างไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 4 อ้างว่า จำเลยที่4 ครบวาระการดำรงตำแหน่งอายุ 70 ปีไปก่อนเกิดเหตุศาลมีคำสั่งอนุญาต

 

ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 พิพากษาว่าพฤติกรรมกระทำของจำเลยที่ 3, 7 , 8 และ 11 ที่ลงมติไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด มีมูลว่าเป็นการปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 จึงให้ประทับฟ้องจำเลยที่3, 7 , 8 และ 11 ไว้พิจารณาให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1,2 ,5 ,6 ,9 10 และ 12

ระหว่างพิจารณาโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 8 และ 11 ศาลอนุญาต

 

วันสืบพยานโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3 และ 7 ศาลยกคำร้องด้วยเหตุผลคำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ ไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะและอาจเกิดความเสียหายที่มีผลกระทบต่อรัฐเป็นสำคัญตามรายงานกระบวนพิจารณา
ลงวันที่ 7 เมษายน 2569

 

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 วินิจฉัยว่าโจทก์เป็นนักสิทธิมนุษยชนทำหน้าที่ช่วยเหลือราชการด้านภัยคอรัปชั่น การที่โจทก์ขอข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานคณะกรรมการ ป.ช.ช.และคณะกรรมการ ป.ช.ช.
ล้วนแต่เป็นเพื่อการตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังศาลปกครองสูงสุด

ก็ได้พิพากษาให้โจทก์มีสิทธิ์ได้รับเอกสารที่เกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สิน ในเรื่องที่กล่าวหาว่ามีการกระทำผิดโดยทุจริต โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายโดยตรงจากการกระทำของจำเลยที่ 3 และ 7 และเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา2 (4) โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องตามมาตรา 28 (2) ประกอบพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ. ศ 2559 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยที่ 3 และ 7 เป็นความผิดตามฟ้องแต่มีเจตนาเดียวเพื่อมิให้โจทก์ ได้รับข้อมูลข่าวสารทั้ง 3 รายการแต่ต้นจึงเป็นการกระทำกรรมเดียว

 

พิพากษาว่าจำเลยที่ 3 และ7 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 สั่งจำคุกคนละ 3 ปีโดยไม่รอลงอาญา

 

ขณะนี้จําเลยทั้งสองอยู่ระหว่างทําคําร้องเพื่อยื่นขอประกันตัวสู้คดีในชั้นอุทธรณ์

 

ทั้งนี้ ภายหลังจําเลยยื่นคําร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวระหว่างสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกัน โดยตีราคาหลักประกันคนละ 400,000 บาท พร้อมวางเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่