ผบ.ทบ.สั่งเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังป่วนบ่อยหลากรูปแบบ ผงะ ! เจอกองอุจจาระรั้วลวดหนาม ชี้ยิงปืนคุกคาม พร้อมตอบโต้ เผย ทบ.ส่งข้อมูล SUB-GBC ขันน็อตข้อตกลง “เก็บกู้ทุ่นระเบิด-ปราบสแกมเมอร์”
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกในวันนี้ ว่า ผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำถึงภัยคุกคามในปัจจุบันที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงขอให้ทุกหน่วยยึดมั่นในนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของกองทัพบก เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจเป็นไปในทิศทางเดียวกันและมีประสิทธิภาพ
โฆษกกองทัพบก ยังกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะพื้นที่ห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ หลังมีรายงานว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา ทหารกัมพูชายิงปืน 9 นัด เนื่องจากไม่ต้องการให้ฝ่ายไทยสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ดังกล่าว โดยระบุว่า ข่าวสารลักษณะนี้ยังพบในหลายพื้นที่ ซึ่งแต่ละพื้นที่มีแนวทางประสานงานแตกต่างกัน และต้องพิจารณาว่าเหตุการณ์อยู่ในระดับใด
ทั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นกรณีทหารกัมพูชาเข้ามาใกล้พื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้ว่าไม่ต้องการให้เกิดการเผชิญหน้า หากเข้ามาใกล้เกินไป แต่ละหน่วยจะมีวิธีแจ้งเตือน รวมถึงการใช้อาวุธยิงเตือน ขณะที่ที่ผ่านมา ฝั่งกัมพูชายังมีการใช้อาวุธแบบสะเปะสะปะ ไม่เป็นไปตามข้อตกลง หรือบางกรณีอาจเกิดจากการขาดวินัยของทหาร จึงยากต่อการพิสูจน์ว่าเสียงปืนที่เกิดขึ้นมีสาเหตุจากอะไร แต่ถือเป็นความไม่เรียบร้อยที่ต้องเร่งประสานและแก้ไข
สำหรับกรณีพื้นที่ห้วยตามาเรีย ที่มีการมองว่าเป็นการใช้อาวุธก่อกวนเพื่อไม่ให้ไทยสร้างอ่างเก็บน้ำนั้น พลตรีวินธัย ระบุว่า ยังไม่มีนัยเช่นนั้น เพราะโครงการอ่างเก็บน้ำยังไม่มีความชัดเจนและเป็นเพียงแนวคิดในอนาคต ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นป่า อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า การยิงปืนในบางครั้งอาจเป็นการก่อกวนเพื่อหวังให้ฝ่ายไทยตอบโต้ และนำประเด็นไปขยายผลทางการสื่อสาร
พร้อมย้ำว่า ทุกครั้งที่ฝ่ายไทยใช้อาวุธยิงเตือน มักถูกนำไปขยายผลในสื่อของกัมพูชา โดยฝ่ายไทยจะยิงเตือนไม่เกิน 5 นัด แตกต่างจากบางกรณีของฝั่งกัมพูชาที่เคยยิงเป็นชุดกว่า 20 นัด จึงมองว่าข่าวสารจากฝั่งกัมพูชายังขาดความน่าเชื่อถือเพียงพอ
เมื่อถามถึงความกังวลว่า สถานการณ์อาจย้อนกลับไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงอีกครั้งหรือไม่ โฆษกกองทัพบก ยืนยันว่า การใช้อาวุธในขณะนี้ยังเป็นเพียงการสร้างเสียงก่อกวน ไม่ได้มุ่งเป้าต่อชีวิตหรือทรัพย์สิน แต่หากมีการใช้อาวุธที่ทำให้ประชาชนหรือกำลังพลได้รับบาดเจ็บหรือสูญเสีย ฝ่ายไทยจะมีมาตรการตอบโต้ในอีกระดับหนึ่ง
พลตรีวินธัย ยังยอมรับว่า การยั่วยุจากฝั่งกัมพูชามีหลายรูปแบบ ทั้งการใช้วาจายั่วยุ การบันทึกภาพเพื่อนำไปขยายผล รวมถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมบริเวณแนวชายแดน ซึ่งฝ่ายไทยจำเป็นต้องตอบโต้ในระดับที่เหมาะสม และสามารถอธิบายต่อสังคมทั้งในและต่างประเทศได้
สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังสำคัญ ได้แก่ บริเวณเขาพระวิหาร พื้นที่ห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ ช่องจอม–โอร์เสม็ด และปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ รวมถึงช่องบก เนิน 745 จ.อุบลราชธานี ซึ่งมีโอกาสเกิดเหตุความไม่เรียบร้อยได้ แต่ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณคุกคามรุนแรงถึงขั้นใช้อาวุธโจมตี
ส่วนกรณีการบินโดรนของกัมพูชาในพื้นที่ภูมะเขือ เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการรุกล้ำเข้ามาในเขตไทย โดยพบเพียงการบินในมุมสูง ซึ่งยังไม่ส่งผลกระทบต่อฝ่ายไทย
นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบกยังเน้นย้ำ 4 ภารกิจหลัก ได้แก่ การเฝ้าตรวจ การปรับปรุงฐานที่มั่นรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน การปรับปรุงเส้นทางเพื่อสนับสนุนภารกิจทางทหาร และการเก็บกู้ทุ่นระเบิด
ขณะที่กรณีมีกระแสข่าวว่ากัมพูชาเตรียมนำผู้ต้องขังมาปฏิบัติงานตามแนวชายแดนนั้น พลตรีวินธัย ระบุว่า เป็นเพียงข่าวสารจากฝั่งกัมพูชาที่ต้องการให้ผู้ต้องขังฝึกวิชาชีพ และไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับกิจการทางทหาร เพราะไม่สอดคล้องกับหลักสากล
ด้าน พันเอก ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการประชุมกองเลขานุการคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือ Sub-GBC ว่า เป็นการประชุมต่อเนื่องหลังการหยุดยิง โดยประเด็นสำคัญยังคงเป็นเรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิด และการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งกองทัพบกได้จัดทำข้อเสนอภายในส่งต่อไปยังกองบัญชาการกองทัพไทยและกระทรวงกลาโหมแล้ว
ส่วนกรณีภาพทหารกัมพูชาถืออาวุธหันมายังฝั่งไทย จากการตรวจสอบพบว่าเป็นคลิปเก่า แต่เมื่อมีภาพลักษณะดังกล่าวปรากฏ ก็ต้องมีการประสานงานทันที เพราะถือเป็นการคุกคามในเชิงสงครามข่าวสาร โดยบางกรณีมีการบิดเบือนข้อมูล เช่น ยิงเพียง 2 นัด แต่กล่าวอ้างว่าเป็น 22 นัด เป็นต้น
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews