นายกฯคุยบังคาเทศเชื่อมโยงคมนาคมทางเรือ-เที่ยวบิน

การเมือง ข่าว

 

นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตบังกลาเทศฯ เดินหน้าเชื่อมโยงคมนาคมทางเรือ–เที่ยวบิน และความมั่นคงทางอาหาร ผลักดันไทยเป็นสะพานเชื่อม ASEAN–BIMSTEC สร้างโอกาสและเสถียรภาพของภูมิภาค

 

วันนี้ (วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569) เวลา 10.00 น. ณ ห้องทำงานนายกรัฐมนตรี ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายฟัยยาซ มูรชิด กาซี (H.E. Mr. Faiyaz Murshid Kazi) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสพ้นจากหน้าที่ โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมเอกอัครราชทูตบังกลาเทศฯที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมืออันใกล้ชิดระหว่างไทยกับบังกลาเทศตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง โดยมองความร่วมมือไทย–บังกลาเทศไม่เพียงในมิติทวิภาคี แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพของภูมิภาคในระยะยาว พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลของทั้งสองประเทศจะร่วมกันผลักดันความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไป

 

 

 

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นความสัมพันธ์และความร่วมมือที่สำคัญ ดังนี้

1. ด้านการค้าและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องการเริ่มต้นเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับบังกลาเทศ เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างกัน โดยมุ่งหวังให้เกิดความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

2. ด้านการเชื่อมโยงโลจิสติกส์ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญในการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านการขนส่งระหว่างท่าเรือระนองของไทยกับท่าเรือจิตตะกองของบังกลาเทศ นอกจากนี้ ฝ่ายบังกลาเทศยังสนใจให้มีการเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างจังหวัดเชียงใหม่กับเมืองจิตตะกอง เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการเดินทาง และการเชื่อมโยงระดับประชาชนของทั้งสองประเทศ

3. ด้านการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่ในปี 2568 ประเทศไทยให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวจากบังกลาเทศมากกว่า 140,000 คน และยืนยันความพร้อมในการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวชาวบังกลาเทศ ขณะที่ฝ่ายบังกลาเทศเน้นย้ำความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพที่สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวชาวบังกลาเทศ

 

 

 

4. ด้านความมั่นคงทางอาหาร ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะในมิติการเกษตรและสาธารณสุข เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศและภูมิภาคอย่างยั่งยืน

5. ความร่วมมือด้านความมั่นคงและการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อผลสำเร็จของการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านกลาโหมระหว่างไทยกับบังกลาเทศ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสองประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ฝ่ายบังกลาเทศยังได้ชื่นชมความพยายามและผลการดำเนินงานของไทยในการปราบปรามแก๊งหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติ ขณะที่นายกรัฐมนตรียืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง

6. ความร่วมมือภายใต้กรอบ BIMSTEC นายกรัฐมนตรียืนยันการสนับสนุนการดำรงตำแหน่งประธาน BIMSTEC ของบังกลาเทศในช่วงปี 2568 – 2570 อย่างเต็มที่ โดยไทยพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดกับสมาชิกทุกประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายร่วมกัน รวมถึงการผลักดัน “วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030” (BIMSTEC Bangkok Vision 2030) ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

 

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า ไทยมองบทบาทของประเทศในฐานะ “สะพานเชื่อม” ระหว่าง ASEAN กับ BIMSTEC เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การคมนาคม ห่วงโซ่อุปทาน และความมั่นคงของภูมิภาคในระยะยาว พร้อมเน้นย้ำว่าความร่วมมือภายใต้กรอบ BIMSTEC ไม่เพียงเป็นโอกาสของประเทศสมาชิกเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเสถียรภาพ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงร่วมกันของภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวอวยพรและแสดงความยินดีที่เอกอัครราชทูตบังกลาเทศฯ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่ พร้อมเน้นย้ำการสานต่อความร่วมมือทวิภาคีไทย–บังกลาเทศ บนพื้นฐานความสัมพันธ์อันดีและวิสัยทัศน์ร่วมกันในการส่งเสริมความเชื่อมโยงและเสถียรภาพของภูมิภาค

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่