“ปกรณ์” เปิดชื่อหน่วยงานทุจริตไม่ใช่เรื่องต้องโต้แย้ง

การเมือง ข่าว

 

“ปกรณ์” ถก กกร.เห็นพ้องปราบทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ ชี้สอดรับนโยบายรัฐบาล พร้อมผลักดันเป็น Open Goverment โปร่งใส ตรวจสอบได้ เร่งปฏิรูปกฎหมายลำดับรองที่เป็นอุปสรรค มองเปิดชื่อหน่วยงานทุจริตไม่ใช่เรื่องต้องโต้แย้ง หากจริงก็ปรับปรุง

 

 

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลัง การประชุมหารือร่วมกับคณะทำงาน Zero corruption: กกร. และเพื่อน ไม่ทน ว่า ตรงกับนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการการปราบปรามทุจริตอยู่แล้ว ไม่ได้มีความขัดแย้งกัน ซึ่งทาง กกร.จะเสนอให้เป็นวาระแห่งชาติ ในการผลักดันเรื่องนี้ และอีกประเด็นที่ตรงกับนโยบายของรัฐบาล คือ เรื่องการปรับปรับปรุงแก้ไข กฎหมายลำดับรองต่าง ๆ ซึ่งกำหนดขั้นตอนรายละเอียด การดำเนินการต่าง ๆ ไว้ และใช้ดุลยพินิจได้มาก โดยให้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ในการที่จะเป็น Open Goverment ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกันทั้งหมด ถ้าเป็นดิจิทัลก็จะโปร่งใสตรวจสอบได้ ซึ่งจะสอดคล้องกับข้อเสนอของ กกร.

ขณะเดียวกันกกร.จะเสนออีก คือ ให้มีหน่วยงานนำร่อง 4 หน่วยงาน เพื่อให้เป็นหน่วยงานโปร่งใสต้นแบบ และขยายไปที่อื่น ๆ อีกประเด็นที่มีการพูดคุยกัน คือ เรื่องการพัฒนาปฏิรูปกฎหมาย ให้ทันสมัย ใน 7 กลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งจะพยายามช่วยกันทำ เบื้องต้นขอให้ทางกกร.ไปประชุมพิจารณากัน ว่ากฎหมายลำดับรองอะไรบ้าง กฎกระทรวง ระเบียบต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ จะได้มีการปรับปรุงแก้ไข ให้เสนอมาว่ามีเรื่องอะไรบ้าง จะปรับปรุงแก้ไขอะไรอย่างไร ให้เสนอมาที่รัฐบาล แล้วรัฐบาลจะนำไปดำเนินการต่อ

ส่วนกรณีที่มีการเปิดเผยรายชื่อหน่วยงานที่มีการทุจริต นายปกรณ์ กล่าวว่า จากการพูดคุยกันเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการไปทำวิจัยมาว่ามีหน่วยงานไหนบ้าง ก็เป็นผลการวิจัย จาก2 ถึง 3 สำนัก นำมารวมกัน ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ก็เข้าใจกันดีว่า ไม่ต้องโต้แย้งอะไรกัน เพียงแต่ถ้ารู้ว่าตรงไหนที่มีข่าว ก็ไปไล่ดูว่าจริงหรือไม่ หากจริงก็ปรับปรุงแค่นั้นเอง ไม่ได้มีอะไรก็จัดการกับคนไม่ดีเสีย ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปโต้แย้งอะไรกัน

ขณะเดียวกันจะต้องลงไปตรวจสอบหน่วยงานเหล่านั้นหรือไม่นั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คงรับไปดำเนินการ เพราะมีความห่วงใยมาอย่างนี้ ก็คงปล่อยไว้ไม่ได้

นายปกรณ์ กล่าวว่า จะมีการเสนอให้มี 4 หน่วยงานนำร่อง ให้เป็นหน่วยงานโปร่งใสต้นแบบ ก่อนขยายไปยังหน่วยงานอื่นต่อ นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงการปฏิรูปกฎหมายให้ทันสมัยใน 7 อุตสาหกรรม และจะพยายามช่วยกันทำ โดยในเบื้องต้นได้ให้ กกร.ไปพิจารณาว่า กฎหมายลำดับรองที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจและควรแก้ไขมีอะไรบ้าง ก่อนจะนำเสนอมาที่รัฐบาล

เมื่อถามถึงกรณีที่ กกร.มีการทำแบบสำรวจจัดอันดับ 10 องค์กรรัฐที่เสี่ยงต่อการทุจริต จะดำเนินการอย่างไร นายปกรณ์ กล่าวว่า ได้พูดคุยกันแล้ว การจัดอันดับดังกล่าวเป็นผลการวิจัย ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร เข้าใจกันดี ไม่ต้องโต้แย้งอะไรกัน เพียงแต่ว่าหากตรงไหน ปรากฏเป็นข่าว ก็ต้องมาตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ หากจริงก็ต้องปรับปรุงและจัดการกับคนไม่ดีเสีย

เมื่อถามย้ำว่า จะต้องมีการตรวจสอบทั้ง 10 หน่วยงานนี้เพิ่มเติมหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องรับไปดู เพราะเมื่อมีข้อห่วงใยเช่นนี้ ก็คงปล่อยไม่ได้

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่