บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผงาดแชมป์ไทยลีก สมัยที่ 11 ขณะ เมืองทอง ยูไนเต็ด พังยับในฤดูกาลเดียว ตกชั้นครั้งแรกประวัติศาสตร์ ในรอบ 17 ปี
ศึกฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2025-26 ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ หลังจบการแข่งขันนัดที่ 30 โดย “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผงาดคว้าแชมป์ไทยลีกไปครองได้สำเร็จ ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม เก็บ 70 คะแนนจาก 30 นัด พร้อมการันตีแชมป์ล่วงหน้าถึง 5 เกม ขณะที่รองแชมป์ตกเป็นของ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี ที่เก็บได้ 60 คะแนน คว้าสิทธิ์ผ่านเข้าสู่ฟุตบอลเอเชียรอบลีกเฟสอัตโนมัติ ส่วน ราชบุรี เอฟซี จบอันดับ 3 มี 59 คะแนน ตามมาด้วย บีจี ปทุม ยูไนเต็ด อันดับ 4 และ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่จบเพียงอันดับ 5
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดกลับไม่ใช่การลุ้นแชมป์ แต่คือการตกชั้นของ “กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด สโมสรระดับตำนานของฟุตบอลไทย ที่ต้องหล่นไปเล่นไทยลีก 2 เป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี หลังจบอันดับ 14 ของตาราง มีเพียง 26 คะแนนจาก 30 นัด
เกมสุดท้ายของฤดูกาล เมืองทอง ยูไนเต็ด ต้องบุกไปเยือน สุโขทัย เอฟซี ที่สนามทะเลหลวง สเตเดียม โดยทั้งสองทีมต่างต้องการชัยชนะเพื่อความอยู่รอด แต่สุดท้ายกลับเป็น “ค้างคาวไฟ” ที่ทำได้ดีกว่า เปิดบ้านถล่ม 3-0 จากประตูของ สิโรจน์ ฉัตรทอง, จอห์น บาจโจ้ และ โรเมอู ส่งผลให้เมืองทองตกชั้นทันที ท่ามกลางความผิดหวังของแฟนบอลจำนวนมาก
นอกจากเมืองทอง ยูไนเต็ด แล้ว อีกสองทีมที่ต้องตกชั้นคือ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี และ พลังกาญจน์ เอฟซี ที่จบอันดับ 15 และ 16 ตามลำดับ
การตกชั้นของเมืองทองถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ช็อกที่สุดของวงการฟุตบอลไทย เพราะนี่คือทีมที่เคยประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ เคยคว้าแชมป์ไทยลีกหลายสมัย และเคยเป็นคู่แข่งสำคัญของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในยุคที่ไทยลีกได้รับความนิยมสูงสุด อีกทั้งยังเป็นสโมสรที่เต็มไปด้วยนักเตะชื่อดัง และมีแฟนบอลจำนวนมากทั่วประเทศ
แต่ฤดูกาลนี้ เมืองทอง ยูไนเต็ด กลับมีปัญหาต่อเนื่องทั้งเรื่องฟอร์มการเล่น เกมรุกที่ขาดความเฉียบคม เกมรับที่เสียประตูง่าย รวมถึงการขาดรูปแบบการเล่นที่ชัดเจน หลายเกมนักเตะดูเล่นกันแบบไร้ทิศทาง จนแฟนบอลจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามถึงแนวทางการทำทีมของสโมสร
อีกหนึ่งจุดที่ถูกวิจารณ์หนักคือผลงานของนักเตะต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น เมลวิน ลอเรนเซ่น, มาร์โก ซาริช, สเตฟาน ซอนคอฟ หรือ อาร์มิน เกรมส์ล ที่ไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้เหมือนต่างชาติของทีมชั้นนำอื่นๆ ขณะที่ เอมิล โรบัค อดีตดาวรุ่งจากเอซี มิลาน ก็ถูกถอดชื่อออกจากทีมในช่วงท้ายฤดูกาล
ด้าน มาริโอ อิวานโควิช กุนซือของทีม ก็กลายเป็นเป้าถูกวิจารณ์อย่างหนักเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องแท็กติกและการจัดตัวนักเตะ หลายคนมองว่าทีมขาดทั้งพลังและความมั่นใจ ต่างจากภาพจำของเมืองทองในอดีตที่เคยเล่นฟุตบอลเกมรุกอย่างดุดันและน่าเกรงขาม
แม้สถานการณ์จะน่าผิดหวัง แต่แฟนบอลบางส่วนยังเชื่อว่าทีมยังมีโอกาสกลับมาได้ หากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง ทั้งในเรื่องโครงสร้างทีม การเสริมผู้เล่น และทิศทางใหม่ที่ชัดเจน โดยเฉพาะการกลับมาของ วิลเลียน พ็อพพ์ ที่เริ่มแสดงให้เห็นถึงคุณภาพและความสามารถในการสร้างความแตกต่างในช่วงท้ายฤดูกาล
ท้ายที่สุด วิกฤตของเมืองทอง ยูไนเต็ด ในวันนี้ อาจไม่ใช่แค่เรื่องของการตกชั้น แต่คือบทพิสูจน์สำคัญว่า สโมสรแห่งนี้จะสามารถเรียกศรัทธาและความยิ่งใหญ่กลับคืนมาได้หรือไม่ ในวันที่ทุกอย่างกำลังอยู่ในช่วงต่ำที่สุดของประวัติศาสตร์ทีม






ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews