ครม.โละบอร์ดสรรหากกพ.- อนุมัติงบ452ล.เยียวยาทหาร

การเมือง ข่าว
ครม. ไฟเขียว โละบอร์ดสรรหา กกพ. 8 ราย! พบปัญหาคุณสมบัติไม่สอดคล้องข้อกฎหมาย ขณะ อนุมัติงบกลาง 452 ล้าน เยียวยากำลังพลกองบัญชาการกองทัพไทย-กองทัพบก-กองทัพเรือ 91 นาย จากเหตุการณ์ไทย-กัมพูชา

 

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเดิมเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ที่เคยอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหากรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) รวมถึงยกเลิกการกำหนดค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดดังกล่าวด้วย

 

สาเหตุการยกเลิกนั้น ทางกระทรวงพลังงานแจ้งว่า เนื่องจากยังมีปัญหาบางประกาศเกี่ยวกับ “องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหา” ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ในส่วน:

– กรรมการผู้แทนอธิการบดีของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ
– กรรมการผู้แทนสภาอุตสาหกรรม ที่ไม่เป็นผู้ประกอบกิจการพลังงาน

 

ทั้งนี้ จากการยกเลิกมติดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

 

นอกจากนี้  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นให้กับกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก และกองทัพเรือ วงเงินรวมทั้งสิ้น 452,350,000 บาท (สี่ร้อยห้าสิบสองล้านสามแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอเพื่อบรรเทาและเยียวยากำลังพล จำนวน 91 นาย ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจจากเหตุการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา

 

ขณะที่ นางสาวรัชดา เปิดเผยว่า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามการใช้ “นอมินี” ในการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย หลังการตรวจสอบพบบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องผู้ประกอบวิชาชีพทนายความและผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีบางรายคอยให้คำแนะนำหรือดำเนินการให้มีการหลีกเลี่ยงกฎหมาย

 

โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หารือร่วมกับสภาทนายความและสภาวิชาชีพบัญชี เพื่อพิจารณาดำเนินการด้านจรรยาบรรณต่อผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง พร้อมสั่งการให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การป้องกันและปราบปราม Nominee เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

 

ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (13 พฤษภาคม 2569) นายกรัฐมนตรีมีกำหนดลงพื้นที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามสถานการณ์และสั่งการปราบปรามนอมินีในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยย้ำชัดว่า รัฐบาลจะเดินหน้าตรวจสอบอย่างเข้มข้นทั่วประเทศ และไม่ปล่อยให้กลุ่มทุนผิดกฎหมายเข้ามาแย่งอาชีพหรือสร้างผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการไทยอย่างเด็ดขาด

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่