นายกฯ FB จวกโซเชียลฯ ประโคมข่าวเท็จ สร้างความเกลียดชัง – แตกแยก ยันคุย “ฮุน มาเนต” แจงยกเลิก MOU 44 ต่อหน้า ชี้ ประชาชนสบายใจได้ “เกาะกูดเป็นของประเทศไทย” ย้ำ คกก. JBC – GBC ยังอยู่ ขอให้มั่นใจ นายกฯ คนนี้คำนึงผลประโยชน์ประเทศและประชาชน
เมื่อช่วงค่ำวันนี้ (8 พ.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ในช่วงระหว่างเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ระหว่างวันที่ 7-9 พ.ค.69 ระบุว่า โดยปกติตนเป็นคนที่ทำงานใดๆ แล้วไม่ประสงค์ที่จะต้องออกมาประโคมข่าวหรือสร้างความสำคัญให้กับตัวเอง เพราะหน้าที่ในการเป็นนายกรัฐมนตรีก็คือต้องทำทุกอย่าง ทุกเรื่อง ทำยังไงก็ได้ที่ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อประเทศไทยและพี่น้องประชาชนของผม
“ผมเดินทางมาร่วมประชุมผู้นำของอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ในขณะนี้ และประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ซึ่งทำหน้าที่ประธานของที่ประชุมต้องการให้เกิดบรรยากาศการประชุมที่ดี จึงได้นัดให้ผมได้พบกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาก่อนการเปิดประชุมเพื่อลดความตึงเครียดเมื่อเย็นวานนี้ (7 พ.ค.) และไหนๆก็ได้พบกันแบบตัวเป็นๆแล้ว ผมจึงใช้โอกาสนี้แจ้งนายกรัฐมนตรีกัมพูชาโดยตรงเลยว่า รัฐบาลไทยได้ตัดสินใจยกเลิก MOU 44 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และนายกรัฐมนตรีกัมพูชาก็ได้รับทราบพร้อมกับกล่าวว่า ท่านผิดหวังต่อการที่รัฐบาลไทยได้ตัดสินใจเช่นนี้
รัฐบาลกัมพูชาก็จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหันไปใช้แนวทางและกระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ของอนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทางทะเลหรือ UNCLOS ในการที่จะดำเนินการเรื่องข้อตกลงทางสิทธิประโยชน์ทางทะเลต่อไป ซึ่งการยึดถือหลักปฏิบัติตามอนุสัญญาดังกล่าวก็เป็นไปตามความต้องการของรัฐบาลไทยเพราะจากนี้ไป หากมีการพูดคุยใดๆ ทั้งสองประเทศก็จะยึดถือหลักการและข้อกำหนดเดียวกันเนื่องจากกัมพูชาก็พึ่งให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีของอนุสัญญานี้เมื่อต้นปี 2569 ที่ผ่านมา” นายกรัฐมนตรี ระบุ
นายกรัฐมนตรี ระบุอีกว่า สำหรับตนการได้แจ้งให้กัมพูชาได้รับทราบเรื่องการประกาศยกเลิก MOU 44 ของรัฐบาลไทยในการพบกันครั้งนี้ สามารถถือเป็นที่ประจักษ์ได้เลยว่า กัมพูชาได้รับทราบการตัดสินใจของฝ่ายไทยอย่างเป็นทางการแล้วและนอกเหนือจากนั้น
กัมพูชายังได้แจ้งให้ฝ่ายไทยได้รับทราบถึงแนวทางการดำเนินการจากนี้ต่อไปของเขาด้วย และยังได้ประกาศในที่ประชุมใหญ่ของผู้นำชาติอาเซียนด้วย เป็นอันสิ้นสงสัยว่า กัมพูชาจะยอมรับการยกเลิก MOU 44 จากไทยหรือไม่ หากไม่ได้มีการพบกันในครั้งนี้ รัฐบาลไทยก็จะต้องทำการแจ้งเป็นหนังสือไปยังรัฐบาลกัมพูชาและกว่าจะจบกระบวนการได้ก็คงใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่าครึ่งปี เมื่อไม่มี MOU 44 แล้ว ก็จะไม่มีเส้นที่ลากผ่านเกาะกูดให้เป็นที่เคลือบแคลงหรือกังวลต่อไปอีก พี่น้องประชาชนของตนสบายใจได้เลยว่า #เกาะกูดเป็นของประเทศไทย
ส่วนประเด็นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปักปันเขตแดน การเจรจาในระดับคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ( JBC) และ คณะกรรมการชายแดนทั่วไป ( GBC ) ก็ยังคงดำเนินการต่อไปตามเดิมที่ทำกันอยู่แล้ว ทั้งสองฝ่ายได้มีการขอให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศได้พบปะและหารือกันมากขึ้น หากถึงจุดที่เหมาะสมก็ค่อยให้มีการยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตขึ้นมาเป็นขั้นๆเพราะตอนนี้เหลือแต่คนเฝ้าสถานทูต ไม่มีข้าราชการอยู่ทำงานนานแล้ว
งานบริการคนไทยที่อยู่ที่นั่นก็ทำไม่ได้ ซึ่งก็จะได้จัดให้มีการหารือกันต่อไปจนกว่าจะบรรลุข้อตกลง มีการเห็นพ้องกันในเรื่องของการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ว่าให้ฝ่ายตำรวจของทั้งสองประเทศร่วมมือกันดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดกับคนชั่วเหล่านี้ ตนก็ตอบตกลง เพราะประเทศและประชาชนไทยได้ประโยชน์
นายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า เรื่องการเปิดด่านไม่มีการพูดถึง เรื่องความร่วมมืออื่นๆ ก็ยังไม่ได้มีการยกขึ้นมา ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องต้องกันว่าสันติภาพเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากให้เกิดขึ้น ตนก็แจ้งเขาว่าจะสร้างสันติภาพได้ ทั้งสองฝ่ายต้องมีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาร่วมกัน สร้างความมั่นใจให้เห็นกันจะๆ หลีกเลี่ยงการใช้กำลังทางทหารต่อสู้กันให้มากที่สุด ทั้งหมดที่พบกันก็มีเพียงแค่นี้
กัมพูชายังได้แจ้งให้ฝ่ายไทยได้รับทราบถึงแนวทางการดำเนินการจากนี้ต่อไปของเขาด้วย และยังได้ประกาศในที่ประชุมใหญ่ของผู้นำชาติอาเซียนด้วย เป็นอันสิ้นสงสัยว่า กัมพูชาจะยอมรับการยกเลิก MOU 44 จากไทยหรือไม่ หากไม่ได้มีการพบกันในครั้งนี้ รัฐบาลไทยก็จะต้องทำการแจ้งเป็นหนังสือไปยังรัฐบาลกัมพูชาและกว่าจะจบกระบวนการได้ก็คงใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่าครึ่งปี เมื่อไม่มี MOU 44 แล้ว ก็จะไม่มีเส้นที่ลากผ่านเกาะกูดให้เป็นที่เคลือบแคลงหรือกังวลต่อไปอีก พี่น้องประชาชนของตนสบายใจได้เลยว่า #เกาะกูดเป็นของประเทศไทย
ส่วนประเด็นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปักปันเขตแดน การเจรจาในระดับคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ( JBC) และ คณะกรรมการชายแดนทั่วไป ( GBC ) ก็ยังคงดำเนินการต่อไปตามเดิมที่ทำกันอยู่แล้ว ทั้งสองฝ่ายได้มีการขอให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศได้พบปะและหารือกันมากขึ้น หากถึงจุดที่เหมาะสมก็ค่อยให้มีการยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตขึ้นมาเป็นขั้นๆเพราะตอนนี้เหลือแต่คนเฝ้าสถานทูต ไม่มีข้าราชการอยู่ทำงานนานแล้ว งานบริการคนไทยที่อยู่ที่นั่นก็ทำไม่ได้ ซึ่งก็จะได้จัดให้มีการหารือกันต่อไปจนกว่าจะบรรลุข้อตกลง มีการเห็นพ้องกันในเรื่องของการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ว่าให้ฝ่ายตำรวจของทั้งสองประเทศร่วมมือกันดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดกับคนชั่วเหล่านี้ ตนก็ตอบตกลง เพราะประเทศและประชาชนไทยได้ประโยชน์
นายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า เรื่องการเปิดด่านไม่มีการพูดถึง เรื่องความร่วมมืออื่นๆ ก็ยังไม่ได้มีการยกขึ้นมา ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องต้องกันว่าสันติภาพเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากให้เกิดขึ้น ตนก็แจ้งเขาว่าจะสร้างสันติภาพได้ ทั้งสองฝ่ายต้องมีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาร่วมกัน สร้างความมั่นใจให้เห็นกันจะๆ หลีกเลี่ยงการใช้กำลังทางทหารต่อสู้กันให้มากที่สุด ทั้งหมดที่พบกันก็มีเพียงแค่นี้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news