ชาวบ้านโคราช ไทยช่วยไทยพลัส ช่วยได้ชั่วคราว-แต่ไม่ยั่งยืน

ข่าว
เสียงสะท้อนชาวบ้านโคราช ชี้ โครงการไทยช่วยไทยพลัส ช่วยได้ชั่วคราว แต่ไม่ยั่งยืน แนะ ลดราคาน้ำมันและราคาสินค้าลงดีกว่า

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เกี่ยวกับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งพัฒนาต่อยอดจาก“คนละครึ่งพลัส” ที่รัฐบาลมีแผนจะเริ่มเปิดลงทะเบียนในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 และใช้จ่ายผ่านเงินกู้ พ.ร.ก. 400,000 ล้านบาท ที่ถูกมองว่า เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นที่อาจไม่ยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งเรื่องนี้ นายนิรัตน์ สุขบุญ อายุ 42 ปีพ่อค้าขายปลาท่องโก๋ หลังตลาดไนท์บาร์ซ่าพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา มีความเห็นว่า โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่จะมีขึ้น เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของรัฐบาลใช่หรือไม่ ถ้านำเงินที่จะมาทำโครงการ ไปลดค่าน้ำมัน น่าจะดีกว่า เพราะจะได้ช่วยประชาชนทั้งประเทศได้ ตอนนี้ประชาชนจะตายกันอยู่แล้วสินค้าต่างๆ แพงมาก แต่คนไม่มีกำลังซื้อทำให้ขายของไม่ดี น่าจะหาทางมาช่วยตรงนี้ดีกว่า ประชาชนเดือดร้อนมาก”

ด้านนางละมุน มีสุข อายุ 72 ปี แม่ค้าขายปลาอยู่ในตลาดจอแจ เขตเทศบาลตำบลพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา มีความเห็นต่อโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ว่า “เป็นโครงการที่ดี ช่วยเหลือประชาชนได้บ้าง แต่สินค้าทุกอย่างยังแพงมาก น่าจะไปช่วยลดราคาสินค้าต่างๆดีกว่า อย่างเช่น น้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้สินค้าอื่นๆขึ้นตาม กระทบไปทุกอย่าง แต่บรรยากาศการค้าขายกลับเงียบ ลูกค้าไม่มีเงินจับจ่าย ทำให้ขายยากมาก เศรษฐกิจแย่ ไม่รู้จะทำยังไง
รัฐบาลจะแก้ไข จะช่วยเหลือยังไง หรือจะช่วยแค่ 4 เดือนเท่านั้น อยากให้วางแผนช่วยระยะยาวไปเลยจะดีกว่า

ขณะที่ นางแป้น แฟนพิมาย อายุ 60 ปี แม่ค้าขายผัก อยู่ในตลาดจอแจ เขตเทศบาลตำบลพิมาย อ.พิมาย บอกว่า “การเยียวยาผ่านโครงการ“ไทยช่วยไทยพลัส” ตนมองว่า เป็นเรื่องสิ่งที่ดี แต่อยากให้รัฐบาลช่วยทำให้ราคาน้ำมันลดลงมากๆ และลดเร็วๆ ประชาชนจะได้ขับรถมาจับจ่ายซื้อสินค้าหรือเดินทางกันมากขึ้น ลำพังขายของทุกวันนี้ก็เงียบมาก เพราะต้องปรับราคาสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน และตามต้นทุนสินค้าที่รับมาขาย ส่วนลูกคาก็ไม่มีเงินจับจ่าย ทำให้เงียบเหงา ลูกค้าน้อย อีกทั้งใกล้เปิดเทอม พ่อแม่ผู้ปกครองต้องรัดเข็มขัดประหยัดค่าใช้จ่าย ทำให้ตลาดเงียบเหงา

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่