“เอกนิติ”ยันกู้ 4 แสนล้านบาทเพียงพอ ไม่กระทบหนี้สาธารณะ

ข่าว
“เอกนิติ”ยันกู้ 4 แสนล้านบาทเพียงพอ ไม่กระทบหนี้สาธารณะ เตรียมเข้าสภาฯ เห็นชอบ 14 พ.ค.นี้ คาด ไทยช่วยไทยพลัส แจก30 ล้านสิทธิ พร้อมเปิดลงทะเบียนปลาย พ.ค.นี้ ทันใช้จ่าย มิ.ย. กำลังตั้ง คกก. ศึกษา”แลนด์บริดจ์”

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงถึงการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ว่า ครั้งนี้คือวิกฤตโลก เป็นวิกฤตที่กระทบปากท้องประชาชน ซึ่งสิ่งที่กระทรวงการคลังเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติไป เราต้องการแก้วิกฤตปากท้องประชาชน เรื่องนี้มีความจำเป็นเร่งด่วน เพราะเป็นวิกฤตที่เกี่ยวกับตะวันออกกลาง กระทบคนทั้งโลก วิกฤตนี้มีทั้งความรุนแรง ความรวดเร็ว และมาเป็นระลอก วิกฤตพลังงานราคาน้ำมันสูงขึ้นทั้งโลก และประเทศไทยก็พึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง โดยวิกฤตนี้จะต่างกับอดีตที่มารวดเร็วทีเดียวจบ ระลอกแรก คือ วิกฤตสงครามและโลก วิกฤตที่สอง คือ วิกฤตพลังงานราคาน้ำมันสูง และรอบที่สาม คือ วิกฤตต้นทุน วิกฤตที่สี่ คือวิกฤตค่าครองชีพ ซึ่งจะกระทบคนส่วนใหญ่ วิกฤตรอบที่ห้า คือ กำลังซื้อจะหมด ถ้าปล่อยไปจะยิ่งแก้ยาก นี่คือเหตุผลความจำเป็นที่เราต้องแก้ไขปัญหาวิกฤตปากท้อง

สำหรับวัตถุประสงค์ คือ 1.แก้วิกฤตปากท้องประชาชน ช่วยประชาชนบรรเทาผลกระทบและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มที่อ่อนไหวที่ได้รับผลกระทบมาก 2.แปลงวิกฤตเป็นโอกาส คือ เปลี่ยนจากการลดการพึ่งพาน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ มาใช้พลังงานทดแทน ใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น ไปสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ สามารถเตรียมพร้อมโลกยุคใหม่ที่น้ำมันแพง ถ้าไม่ปรับตัววิกฤตนี้จะเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก และแก้ยาก

ส่วนกรณีการออก พรก. กู้เงินที่เกี่ยวกับวางโครงสร้างพลังงาน มีบางฝ่ายมองว่า ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องออก พ.ร.ก. นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้เราไปดูเม็ดเงินทุกอย่างว่าวิกฤติครั้งนี้รุนแรงชัดเจน เราจะรอหรือ เพราะดูงบประมาณ ปี 69 มีเหลืออยู่เท่าไหร่ ซึ่งข้อมูลปัจจุบันมีไม่ถึง 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอ เราไม่สามารถใช้งบประมาณ ปี 69 ได้ งบกลางก็เหลือ 2 หมื่นล้านบาท ส่วนงบประมาณ ปี 70 ต้องรอไปถึงเดือน ตุลาคม ซึ่งไม่ทัน

ดังนั้น ตนคิดว่าการออก พ.ร.ก. น่าจะเพียงพอ โดยเฉพาะ 2 แสนล้านที่มาช่วยกลุ่มเปราะบาง และการเปลี่ยนผ่านพลังงานยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้วย และ ลดการพึงพาพลังงานของประเทศ เพราะปัจจุบันประเทศไทยพึ่งพา การนำเข้านำมัน ก๊าซธรรมชาติ 8 % ของจีดีพี ซึ่งมากเป็นอันดับต้นๆของเอเชีย
นายเอกนิติ กล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากนี้  วันนี้ ครม.อนุมัติ พ.ร.ก. 4 แสนล้านบาท และ รอลงราชกิจจานุเบกษา และจะเข้าสภาฯ ในวันที่ 14 พ.ค. นี้ โดยกฎหมายดังกล่าวจะมี คณะกรรมการกลั่นกรอง รายจ่ายเงินกู้ ที่มีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน หน่วยงานต่างๆ ต้องเสนอโครงการเป็นไปตามวัตถุประสงค์  และ พ.ร.ก.ฉบับนี้จะไม่กว้างเหมือน พ.ร.ก. ฉบับอื่น โดยมี 11 มาตรา  แต่จะระบุวัตถุประสงค์ชัดเจน และคณะกรรมการกลั่นกรองจะดูแต่เรื่องโครงการ
ก่อนนำเสนอครม.เห็นชอบต่อไป
ทั้งนี้ การรออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ตั้งใจให้ พ.ร.ก. นี้เป็นเรื่องเร่งด่วน ดังนั้น หน่วยงานที่รับเงินกู้ก็เสนอโครงการมาได้ เราตั้งใจพิจารณาให้เสร็จ 30 ก.ย.นี้ และตัวเงินกู้สามารถเบิกจ่ายได้ถึง 30 ก.ย. ปี 70 ส่วนประโยชน์ด้านอื่น เช่น พลังงานทดแทนมีหลายโครงการ ที่จะช่วยลดการนำเข้าพลังงานของประเทศ
นายเอกนิติ กล่าวว่า การกู้เงินครั้งนี้จะกู้ในประเทศทั้งหมด ดังนั้น ไม่มีความเสี่ยงในอัตราแลกเปลี่ยน และวันนี้สภาพคล่องส่วนเกินสูงมาก มีเกิน 1 ล้านล้านบาท ฉะนั้น 4 แสนล้านสบายมาก และดอกเบี้ยในประเทศต่ำมาก ดังนั้นต้นทุนการกู้ในประเทศต่ำมาก
ขณะที่ฝ่ายค้านวิจารณ์เรื่องการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท นายเอกนิติ กล่าวว่า ขอบคุณทุกความเห็น จะเห็นว่าตอนแรกมีข่าวจะกู้ 5 แสนล้านบาท เราก็เอามาทบทวน และตัดสินใจนำเสนอ ครม. จำนวน 4 แสนล้านบาท เพื่อไม่ให้เกินกรอบวินัยการคลังที่เราตั้งไว้ ซึ่งตนได้อธิบายอธิบายกับบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งเขาไม่ได้ติดขัดเรื่องเงินกู้ แต่สนใจว่ากู้ไปทำอะไร
สำหรับกรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่าควรจะออกพรบ.ไม่จำเป็นต้องออกเป็น พ.ร.ก. นายเอกนิติ กล่าววว่า เราเอามาช่วยบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน การที่เขาเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาด ทำให้ต้นทุนถูกลง และช่วยประเทศ เรารอไม่ได้ว่าวิกฤตินี้จะจบเมื่อไหร่

ขณะความมั่นใจโครงการคนละครึ่งพลัส และ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นายเอกนิติ กล่าวว่า เป็นหนึ่งโครงการที่หน่วยราชการนำเสนอได้ และสามารถใช้งบประมาณในส่วนนี้ได้เช่นเดียวกัน ส่วนกระบวนการต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรอง โดยในวันที่ 14 พค. จะมีการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองฯทันที ฉะนั้น ในวันอังคารที่ 12 พ.ค. โครงการคนละครึ่งยังไม่เข้าที่ประชุม ครม. เพราะตามกฎหมายต้องรอการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองฯก่อน
และต้องพิจารณาแหล่งเงินต่างๆ รวมถึงงบประมาณที่เราปรับลดมาจากงบปี 69 ยืนยันโครงการมีแน่ แต่จะใช้แหล่งเงินไหนจะพิจารณา ซึ่งตามแผนโครงการคนละครึ่งพลัส จะเริ่ม 1 มิ.ย.

จากนั้น นายเอกนิติ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า การออก พ.ร.ก. กู้เงินดังกล่าวจะนำมาใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัสใช่หรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ใครช่วยไทยพลัสเป็นหนึ่งในโครงการที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ที่จะนำมาช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งแหล่งเงินจะมาจาก ตรงนี้ ส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่งมาจาก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ซึ่งขณะนี้มีข้อมูลเบื้องต้นแล้ว รวมไปถึงงบฯปกติ

ส่วนจะนำเงินจากการกู้เงินมาใช้จำนวนเท่าใดขอดูรายละเอียดก่อน แต่ยืนยันว่า โครงการไทยช่วยถ่ายพลัสมีแน่ ส่วนแหล่งเงินจะมาจากที่ใดกระทรวงการคลัง จะเป็นผู้พิจารณา

นายเอกนิติ ยังระบุอีกว่าในพ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว ไม่ได้ระบุรายละเอียดโครงการต่างๆ ที่จะใช้งบประมาณจากส่วนนี้ชัดเจน มีเพียงเป็นวัตถุประสงค์เท่านั้น ส่วนประกอบระยะเวลาการกู้เงินจะเป็นเท่าใด นายเอกนิติ กล่าวว่า จะเป็นการกู้เงินตามระยะเวลา ไม่ใช่เป็นการกู้มากองทีเดียว เพื่อไม่ให้เป็นต้นทุนที่กองไว้

ส่วนความชัดเจนสิทธิ์ของประชาชนในโครงการไทยช่วยไทยพลัสจะมีจำนวนเท่าใดนั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ภาพรวมผู้ได้สิทธิปกติ และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจากการดูงบประมาณในเบื้องต้น คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 30 ล้านสิทธิ แต่อย่างไรก็ต้องดูงบประมาณก่อน ซึ่งส่วนตัวมองว่าจำนวน 30 ล้านสิทธิก็น่าจะเพียงพอ เนื่องจากก่อนหน้านี้ที่เคยทำมาสามารถทำได้สูงสุด 28 ล้านสิทธิ ส่วนรายละเอียดของผู้ที่จะได้ใช้สิทธิ จะเป็นผู้ที่มีอายุเกินกว่า 18 ปีหรือไม่ ขอพิจารณาอีกครั้งหนึ่งก่อน

ทั้งนี้ จะสามารถเปิดให้ลงทะเบียน กลุ่มผู้ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ได้เมื่อใดนั้น นายเอกนิติ ระบุว่า คิดว่าจะทำพร้อมกันในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม

นอกจากนี้ นายเอกนิติ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มอบหมายให้เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ว่า ในส่วนของการตั้งคณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ยังไม่เสร็จเรียบร้อย แต่นายกฯ ได้บอกแล้วจะให้เป็นประธานคณะกรรมการฯ

เท่าที่ดูหน้าตาโครงสร้างของคณะกรรมการฯชุดนี้จะเป็นอย่างไร นายเอกนิติ กล่าวว่า นายกฯ บอกให้มาเป็นประธานศึกษาความเป็นไปได้ ข้อดีข้อเสียทั้งหมด ในฐานะที่ตนดูในเรื่องของเศรษฐกิจ จึงให้ตนดูในภาพรวมทั้งหมดส่วนกรอบระยะเวลาการศึกษา 90 วัน จะเห็นชัดเลยหรือไม่ว่าโครงการนี้จะเดินหน้าไปอย่างไร นายเอกนิติ กล่าวว่า ตนขอไปดูก่อน

เมื่อถามย้ำว่า ความชัดเจนโครงการแลนด์บริดจ์จะจบภายในรัฐบาลนี้เลยหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ตรงนี้เป็นเรื่องของการศึกษา ถึงความเป็นไปได้ ตนก็อยากทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุดแน่นอน

ส่วนจะกลายเป็นว่าเรื่องร้อนๆ มาอยู่ที่ท่านหมดเลย นายเอกนิติ เพียงแต่ยิ้ม โดยไม่ได้ตอบคำถาม

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่