ป.ป.ช. แจงละเอียดยิบคดี “ศักดิ์สยาม” ชี้ ไม่เข้าข่ายจงใจปกปิดทรัพย์สิน ยันมติไม่ขัดศาลรัฐธรรมนูญ เร่งตรวจสอบจริยธรรมต่อ
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการดำเนินการต่อ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เกี่ยวกับการถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดย สุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ยืนยันว่า การพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นไปตามพยานหลักฐาน และไม่ขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ประเด็นสำคัญในส่วนของการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน พบว่า นายศักดิ์สยาม ได้ยื่นบัญชีต่อ ป.ป.ช. รวม 6 ครั้ง ทั้งช่วงเข้ารับและพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยไม่ปรากฏรายการถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าว โดยจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าเจ้าตัวได้โอนเงินลงทุนในห้างให้บุคคลอื่นตั้งแต่ปี 2561 และมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงอย่างถูกต้อง จึงมีความเข้าใจว่าไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นอีกต่อไป
ต่อมา แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยว่า การถือหุ้นดังกล่าวเข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากยังคงมีความเกี่ยวข้องผ่านบุคคลอื่น ส่งผลให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว แต่ ป.ป.ช. เห็นว่าเป็นการวินิจฉัย “คนละมิติ” กับการยื่นบัญชีทรัพย์สิน โดย ป.ป.ช. ได้นำคำวินิจฉัยดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาแล้ว และเห็นว่าไม่ปรากฏพฤติการณ์จงใจปกปิดทรัพย์สินหรือแสดงข้อมูลอันเป็นเท็จ
นอกจากนี้ ภายหลังมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นายศักดิ์สยามได้ดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเรียกคืนสิทธิในหุ้น และมีการฟ้องร้องต่อศาล ก่อนจะมีการประนีประนอมยอมความในชั้นศาลอุทธรณ์ โดยยอมรับให้คู่กรณีเป็นผู้ถือหุ้นแทน พร้อมมีการซื้อขายที่ดินเพื่อยุติข้อพิพาท และได้แจ้งปรับปรุงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ให้เป็นปัจจุบัน ซึ่ง ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า รายการทรัพย์สินมีอยู่จริง และไม่พบความผิดปกติ
ในส่วนของข้อกล่าวหาเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้ห้างหุ้นส่วนฯ ป.ป.ช. ระบุว่า ได้สอบพยานบุคคลรวม 25 ปาก และตรวจสอบข้อมูลจากหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และหน่วยงานด้านการเงิน พบว่า ไม่มีหลักฐานว่ามีการแทรกแซงการจัดซื้อจัดจ้าง
หรือเอื้อประโยชน์แก่เอกชนแต่อย่างใด
โดยกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-bidding) ตามปกติ อำนาจอนุมัติอยู่ที่หัวหน้าส่วนราชการ ไม่ใช่อำนาจของรัฐมนตรี อีกทั้งจำนวนสัญญาที่ห้างได้รับในช่วงดำรงตำแหน่งก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นผิดสังเกต และผลประกอบการของห้างเติบโตมาตั้งแต่ก่อนเข้ารับตำแหน่งหลายปี
ป.ป.ช. ยังระบุด้วยว่า ไม่พบพฤติการณ์สมยอมราคา หรือการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เพื่อแทรกแซงหน่วยงานรัฐ ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ทำให้พยานหลักฐาน “ไม่มีมูลเพียงพอ” ที่จะชี้ว่ามีการกระทำผิดตามข้อกล่าวหา
อย่างไรก็ตาม ในประเด็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นข้อร้องเรียนในลักษณะเดียวกัน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเบื้องต้นของ ป.ป.ช.
ทั้งนี้ ป.ป.ช. ย้ำว่า การวินิจฉัยในครั้งนี้เป็นไปตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน โดยแยกพิจารณาเป็นรายประเด็นตามอำนาจหน้าที่ และยืนยันความโปร่งใสในการดำเนินการ พร้อมเปิดเผยผลให้ประชาชนรับทราบตามกฎหมายต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews