“อภิสิทธิ์” จี้รบ.รื้อ”ค่าการกลั่น-ภาษี” ดีกว่ากู้เงินเยียวยา

การเมือง ข่าว

 

“อภิสิทธิ์” จี้รัฐบาล รื้อ”ค่าการกลั่น-ภาษี” ดีกว่ากู้เงินเยียวยาปลายทาง หวั่นราคาสินค้าพุ่งติดเพดาน กู้ลงยากหากบริหารต้นทุนช้า ขณะ บี้ ป.ป.ช. แจงยกคำร้อง “ศักดิ์สยาม” ชี้ปฏิเสธข้อเท็จจริงศาล รธน. ไม่ได้ พร้อมแย้มสเปกผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่แย้มเป็นบุคคลที่เคยเฉี่ยว ๆ พรรค

 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์พลังงานและเศรษฐกิจ โดยเสนอแนะให้รัฐบาลเร่งบริหารจัดการที่ต้นทุน ก่อนที่จะตัดสินใจขยายเพดานหนี้สาธารณะ เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้กำลังรอฟังคำชี้แจงจากรัฐบาลว่า ความตั้งใจในการใช้จ่ายเงินจะเป็นเรื่องอะไร แต่แนวทางที่ประชาธิปัตย์นำเสนอมาตลอดคือ

 

อยากให้รัฐบาลบริหารจัดการเรื่องต้นทุนให้มากที่สุดก่อน เพราะยังมีตัวเล่นทั้ง ภาษีสรรพสามิต และ ค่าการกลั่น ซึ่งสามารถลดลงได้อีกมากพอสมควร ยิ่งรัฐบาลช่วยตรงนี้ได้มากเท่าไหร่ ความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินมาดูแลปลายทางก็จะน้อยลง ซึ่งผมคิดว่าจะเป็นวิธีการที่ดีกว่าสำหรับทุกฝ่าย เพราะในที่สุดถ้าใช้การกู้เงินมาแล้วพยายามมาช่วยเหลือ ก็จะต้องเกิดประเด็นต้องพิจารณาอีกว่าช่วยกลุ่มไหน อย่างไร

นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า หากลดค่าการกลั่นลงมาได้สัก 5 บาท จะเป็นการช่วยทุกคน ไม่ใช่แค่คนใช้น้ำมันโดยตรง แต่ช่วยประชาชนทุกคนจากต้นทุนการขนส่งและด้านต่างๆ ที่ลดลงด้วย และการไม่พยายามทำตรงนี้ แล้วหวังจะไปช่วยปลายทาง ตนดูว่าแม้กระทั่งสมมติยอมตัดเรื่องภาษีสรรพสามิตเนี่ย มันก็จะกลายเป็นเหมือนเสียน้อยเสียยากครับ คือนึกว่าจะเก็บเงินตรงนี้ไว้ แต่สุดท้ายต้องไปจ่ายเงินในการช่วยเหลือคนในวงกว้างมากกว่ามาก

 

นายอภิสิทธิ์ ยอมรับว่า โดยพื้นที่สถานะทางการคลังตอนนี้ การขยายเพดานหนี้สาธารณะอาจเป็นเรื่องจำเป็น แต่รัฐบาลต้องมีแผนที่ชัดเจนพอสมควรว่าจะไม่ให้มันลุกลามบานปลาย และจะมีแนวทางอย่างไรในการดึงรายได้กลับเข้ามา

 

สำหรับประเด็นที่รัฐมนตรีพลังงานพยายามขอลดค่าการกลั่น นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า ถ้าท่านบอกว่าเดือนมีนาเอามา 2 บาท ซึ่งตอนนั้นค่าการกลั่นอาจจะ 7-8 บาท แต่วันนี้มันขึ้นมาเป็น 14-15 บาท เพราะฉะนั้นอย่างน้อยก็ต้องได้มาอีก อยากให้เร่งทำ เพราะตอนนี้รัฐบาลไปรอดูเฉลี่ยแล้วมาเก็บ ซึ่งใจเราอยากให้ทำระบบเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษ หรือ ภาษีลาภลอย ในสถานการณ์แบบนี้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงเลย

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังได้ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนว่า ตอนนี้ดีเซลอยู่ประมาณ 41-42 บาท สมมติ ลดภาษีสรรพสามิตไป 6 บาท เก็บค่าการกลั่นอีก 5 บาท ก็เกือบจะกลับไปอยู่ 30 บาท แต่พอเราปล่อยตรงนี้ขึ้นไป ขณะนี้ราคาสินค้าค่าขนส่งมันขึ้นไปแล้ว พอน้ำมันลงรัฐบาลก็ต้องไปดูแลว่าเขาจะขยับลงมาตามมั้ย ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าต้นทุนที่สูงขึ้นมันจะลดลง เราจึงอยากให้บริหารเรื่องต้นทุนให้เร็วที่สุด เพื่อลดภาระรัฐบาลในการไปช่วยประชาชน

 

นายอภิสิทธิ์ ทิ้งท้ายถึงการประชุม กบง. ว่า ในส่วนของพลังงานต้องลดได้อยู่แล้ว เพราะรัฐมนตรีก็พูดเป็นหลักการว่าที่เก็บ 2 บาทคราวที่แล้วสัมพันธ์กับตัวเลขเดือนมีนาคม เมื่อเดือนเมษายนสูงขึ้นก็ต้องเก็บเพิ่ม แม้จะมีการโต้แย้งเรื่องต้นทุน War Premium ของเอกชน แต่เชื่อว่าระดับ 5 บาทนั้นน่าจะเก็บได้สบายๆ

 

ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติยกคำร้องนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งสวนทางกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยย้ำว่า ป.ป.ช. ต้องมีคำอธิบายที่ชัดเจนต่อสังคม เพราะข้อเท็จจริงในคดีถือว่ายุติแล้วตามคำวินิจฉัยของศาล โดย ป.ป.ช. มีหน้าที่ต้องชี้แจงฐานที่มาของคำวินิจฉัย

เนื่องจากตามกฎหมายคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญย่อมผูกพันทุกองค์กร“ ความจริง ป.ป.ช. ไม่สามารถปฏิเสธข้อเท็จจริงที่เป็นที่ยุติแล้วจากคำวินิจฉัยของศาลนะครับ แต่ถ้าบอกว่าไม่มีเจตนา ก็ต้องอธิบายว่าถ้าไม่มีเจตนาแล้วทำไมจึงไม่แสดงตามความเป็นจริง ป.ป.ช. ต้องชี้แจงตรงนี้ ขณะเดียวกันมองว่ากรณีนี้นับว่ายังไม่จบลงแค่เรื่องบัญชีทรัพย์สิน แต่มันยังมีกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย

 

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคที่จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์นี้ว่า จะเป็นกิจกรรมผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด และไม่มีวาระอะไรเป็นพิเศษ ส่วนตำแหน่งที่ว่างลงจากการลาออกของสมาชิกบางท่าน จะยังไม่มีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งดังกล่าว โดยจะเว้นว่างไว้ก่อน

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่