สว.ภาคเหนือ จี้รัฐแก้ PM2.5 ชี้งบพันล้านไร้ประสิทธิภาพ

การเมือง ข่าว
สว.ภาคเหนือ จี้รัฐแก้ PM2.5 ชี้งบพันล้านไร้ประสิทธิภาพ เร่งตอบชัด “กม.อากาศสะอาด” ก่อนเส้นตาย 13 พ.ค.

 

กลุ่มสมาชิกวุฒิสภาภาคเหนือออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขวิกฤตฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรม หลังสถานการณ์ยังคงรุนแรงต่อเนื่อง พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการใช้งบประมาณเกือบพันล้านบาทที่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างชัดเจน

 

เริ่มจากนายมังกร ศรีเจริญกูล สว.จากจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่พบว่าการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังขาดการบูรณาการ ทั้งฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร หน่วยอุทยาน และทหารอีกทั้งงบประมาณยังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะค่าล่วงเวลา (OT) ของเจ้าหน้าที่ รวมถึงอุปกรณ์สำคัญ เช่น เครื่องพ่นลม ที่ชำรุดไปแล้วจำนวนมากแต่ไม่มีงบซ่อมแซม

 

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่สูงยังเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในพื้นที่ จึงเสนอให้สนับสนุนอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแทน รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการรองรับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการ “ปิดป่า”เช่น การชดเชยรายได้หรือสร้างอาชีพทางเลือก

ด้าน นางสาวมณีรัตน์ เขมะวงศ์ สว.จากจังหวัดเชียงราย ระบุว่า ปัญหา PM2.5 ในภาคเหนือไม่ได้มาจากไฟป่าเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสาเหตุจากภาคเกษตร อุตสาหกรรม การคมนาคม และมลพิษข้ามพรมแดนซึ่งกำลังซ้ำเติมสถานการณ์ให้รุนแรงขึ้น โดยหลายพื้นที่ต้องเผชิญค่าฝุ่นเกินมาตรฐานนาน 3–4 เดือนต่อปี พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การแก้ปัญหาที่ผ่านมาอาจ “โฟกัสผิดจุด” เพราะเน้นเฉพาะการเผาป่าขณะที่ปัญหาที่แท้จริงเป็นเชิงโครงสร้าง จำเป็นต้องใช้กฎหมายเฉพาะเข้ามาจัดการอย่างเป็นระบบ

 

ทั้งนี้ ได้เรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีเร่งนำร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด กลับเข้าสู่การพิจารณาของสภา ภายในกรอบเวลา 13 พฤษภาคม 2569 ก่อนที่ร่างกฎหมายจะตกไปอีกครั้ง โดยย้ำว่าเป็นกฎหมายสำคัญในการรับรองสิทธิพื้นฐานของประชาชนในการมีอากาศสะอาด

 

ขณะที่ พ.ต.ท. สง่า ส่งมหาชัย สว.จากจังหวัดลำปาง ชี้แจงถึงการทำงานในพื้นที่ว่า ได้ร่วมกับชาวบ้านจัดทำแนวกันไฟป่ายาวกว่า 10 กิโลเมตร และยังบริจาคเงินเดือนส่วนหนึ่งเพื่อสนับสนุนภารกิจดังกล่าว
พร้อมยอมรับว่างบประมาณภาครัฐยังไม่เพียงพอ

 

ด้านนายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล สว.จากจังหวัดเชียงใหม่ มองว่า นโยบาย “ห้ามเผาเด็ดขาด” แบบเหมารวม อาจไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่ป่า เช่น ระบบไร่หมุนเวียนพร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แสดงจุดยืนให้ชัดเจนว่า จะนำร่างกฎหมายอากาศสะอาดกลับมาพิจารณาหรือไม่หลังลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

ขณะที่ นางกัลยา ใหญ่ประสาน สว. จากจังหวัดลำพูน เสนอให้ใช้โมเดลชุมชนของจังหวัดลำพูน ที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมเฝ้าระวังไฟป่าตลอดทั้งปี พร้อมเรียกร้องให้รัฐสนับสนุนสวัสดิการและค่าตอบแทนแก่ภาคประชาชน รวมถึงกระจายอำนาจและปลดล็อกการใช้งบประมาณ เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด

 

กลุ่ม สว.ภาคเหนือ ย้ำว่า การแก้ปัญหา PM2.5 ต้องเปลี่ยนแนวทางจากมาตรการเฉพาะหน้า ไปสู่การแก้ไขเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการผลักดันกฎหมายและการกระจายอำนาจสู่พื้นที่เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดผลอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่