“สีหศักดิ์”สัญญาณดีคุยโอมานช่วยเรือสินค้าไทยผ่านฮอร์มุช

การเมือง ข่าว

 

“สีหศักดิ์” บอกเป็นเกียรติอย่างสูง ได้เข้าเฝ้าสุลต่านโอมาน มีพระประสงค์เสด็จเยือนไทย ส่วนหารือ รมว.กต. โอมาน เป็นสัญญาณที่ดี รับปาก จะส่งเอกสาร เรือสินค้าไทยให้อิหร่าน หวังเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือไทย เดินเรือได้อย่างปลอดภัย เล็งคุย รมว.กต.อิหร่านด้วยตัวเองอีกครั้ง

 

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยหลัง เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดี สุลต่าน ไฮธัม บิน ทาริค อัล ซาอิดแห่งโอมาน ว่า ถือเป็นเกียรติอย่างสูง ที่พระองค์สละเวลา ให้เข้าเฝ้าประมาณ 30 นาที ทรงมีรับสั่งว่า คนโอมานชอบประเทศไทย ทั้งเรื่องการท่องเที่ยวและเรื่องการรักษาสุขภาพ และยังทรงชื่นชม พระราชวงศ์ของไทย  และอยากเห็นความสัมพันธ์ของไทยและโอมานก้าวหน้าต่อไป

 

นายสีหศักดิ์ ระบุด้วยว่า ตนได้กราบทูลว่าอยากจะเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศโอมาน เดินทางเยือนประเทศไทย  เพื่อจะได้สร้างพลวัตของความสัมพันธ์ รวมถึงให้มีคณะเอกชนไปด้วย จะได้มีโอกาสใหม่ๆ เพราะทางโอมานกำลังปรับทิศทางพัฒนาเศรษฐกิจเปิดกว้างมากขึ้น ส่วนพระองค์เองก็มีพระประสงค์ที่จะเสด็จเยือนประเทศไทย โดยหลังจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ก็จะมีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ส่วนการหารือกับ ซัยยิด บัดร์ บิน ฮะมัด บิน ฮะมูด อัล บูซัยดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโอมาน ประเด็นหลักเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ตะวันออกกลาง ก่อนหน้าที่จะเกิดสถานการณ์ โอมานพยายามจะไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน-อิสราเอล ในขณะเดียวกัน ท่าทีของไทย และโอมาน เห็นตรงกันว่า ไม่เห็นด้วยกับสงครามที่เกิดขึ้น แต่เมื่อย้อนเวลาไม่ได้ ก็ต้องการให้เกิดสันติภาพขึ้นโดยเร็ว  และหวังว่าการเจรจาที่อาจจะมีขึ้นครั้งที่ 2 จะอยู่บนเงื่อนไขที่ผ่านการหารือมาแล้ว ไม่ควรกำหนดเงื่อนไขใหม่

 

และหวังว่า การเจรจารอบใหม่ที่จะเกิดขึ้นจะมีความคืบหน้า แต่ก็ต้องยอมรับว่าความขัดแย้งหลายประเด็นต้องใช้เวลา  แต่เราก็ต้องยอมรับความจริงว่าความขัดแย้งมีหลายประเด็นก็ต้องใช้เวลา ขณะเดียวกัน ไทยได้ยืนยันไปว่าเราอยู่เคียงข้างประเทศตะวันออกกลางทุกประเทศ ก่อนหน้านี้ก็เคยโทรศัพท์คุยกับประเทศตะวันออกกลางทั้งหมด และในวันนี้ก็มาที่โอมาน เพื่อยืนยันว่าไทยพร้อมให้การสนับสนุนในทุกด้าน

 

ที่สำคัญคือโอมานให้ความช่วยเหลือเราเป็นอย่างดี เช่นในเรื่องของเรือมยุรีนารี  หากสามารถลากเรือมาฝั่งโอมานได้ก็พร้อมให้ความช่วยเหลือ พร้อมย้ำว่า ขอให้โอมานช่วยประสาน เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ให้เรือสินค้าไทยที่ยังตกค้างผ่านได้อย่างปลอดภัย ซึ่งได้ส่งรายละเอียดของเรือไทย ไปเพิ่มเติมแล้ว ผ่าน ทางการโอมาน ซึ่งก็ว่า เป็นสัญญาณที่ดี ที่โอมานรับปากว่า จะส่งข้อมูลเรือไทยให้กับอิหร่าน

 

นายสีหศักดิ์ ระบุว่า มาโอมานครั้งนี้ พยายามทำเต็มที่ทุกทาง มาเพื่อจะคุยกับโอมานโดยตรง เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราคาดหวังกับบทบาทของโอมาน จึงต้องรอดูต่อไป ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

 

ส่วนทางอิหร่าน ต้องการให้ นานาชาติ สนับสนุนด้านสิทธิมนุษยชน ยืนยันว่าจะรับเรื่องนี้ไว้พิจารณาว่าสามารถช่วยเหลืออย่างไรได้บ้างกับความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งไทยก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับอิหร่าน เพราะไทยไม่ได้เป็นคู่กรณีในความขัดแย้ง

นอกเหนือจากสถานการณ์ตะวันออกกลางยังคุยเรื่องความร่วมมือในอนาคตต่อไป เช่นการพัฒนาท่าเรือ เพื่อเป็นศูนย์กลางการขนส่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งยังจะพัฒนา สนามบินเก่า เป็น ศูนย์ผลิตอาหาร ฮาลาน ซึ่งโอมาน เห็นว่า ไทยน มีศักยภาพ ด้านการผลิตอาหาร ดังนั้น หากโครงการนี้เกิดขึ้น ก็มาร่วมลงทุนแล้วก็กระจายสินค้าอาหารไปยังประเทศอื่นๆ ในกลุ่มตะวันออกกลางได้ ร่วมเปิดให้ภาคเอกชน ร่วมทุนทำธุรกิจในการแปรรูปอาหารทะเลด้วย หากบริษัทใดสนใจก็พร้อมให้ความร่วมมือ

 

โดยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของโอมาน พร้อมให้ความช่วยเหลือไทย ตามที่ร้องขอ ไม่ได้ติดขัดอะไร แต่ในอิหร่านสถานการณ์ไม่ปกติ ยังมีความขัดแย้งยังเจรจากับสหรัฐฯอยู่ เพราะฉะนั้นบางเรื่องก็อาจจะไม่สามารถเข้ามาดูแลได้ และไม่ได้มีประเทศไทยเพียงประเทศเดียวที่ร้องขอความช่วยเหลือ และไม่ว่า อย่างไรก็ตาม ไทยยังต้องพยายามต่อไปแต่ถือว่าถ้าไม่ทำก็ไม่เกิดความสำเร็จ ก็ต้องอาศัยทุกช่องทาง  และในที่สุดแล้ว อาจจะมีการพูดคุยโดยตรงกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านอีกครั้ง หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย หาจังหวะพูดคุยกับทางอิหร่าน

 

“สีหศักดิ์” ยันพร้อมขึ้นโต๊ะเจรจา ชายแดนไทยบกัมพูชา ติงจะเร่งรัดเพื่อกดดันทำไม รอให้ ไทยมีกรรมการJBC ก่อน พร้อมย้ำไทย ต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย

 

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้ความคิดเห็น กรณีที่ผู้นำกัมพูชา พยายาม พาไทยขึ้นโต๊ะเจรจา เพื่อแก้ปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา ว่าการจะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา ไทยก็พร้อมไม่ได้กลัวที่จะเจรจา ไม่ใช่ว่ากัมพูชาอยากเจรจาแล้วกำหนดวันมาเลย มันไม่ใช่วิธีที่อยากจะเจรจา มันคือการกดดันให้เราไปสู่โต๊ะเจรจา หากกัมพูชาสนใจจะเจรจาก็ติดต่อมาได้ หาวันที่สะดวกทั้งสองฝ่าย ไทยย้ำตลอดเวลาว่าขอให้รัฐบาลจัดตั้งก่อน ต้องมาดูคณะเจรจาของฝ่ายไทย ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน มันมีกระบวนการภายในของไทยแม้กระทั่งก่อนรัฐบาลจะจัดตั้งเขาอยากจะเจรจาซึ่งเราบอกไปแล้วว่าต้องรอก่อน

 

เพราะฉะนั้นการเจรจาต้องขึ้นอยู่กับความพร้อม ไม่รู้ว่าการกดดันประเทศไทยเขาหวังผลในการเจรจาจริงๆ หรือเปล่า บางครั้งอาจจะเจรจาเรื่องของการเตรียมการกันก่อน ยังอาจไม่ใช่เนื้อหาการประชุม JBC ก็ได้ แต่ต้องดูกติกาการเจรจาว่าเป็นอย่างไร ยืนยัน ไม่ได้กลัวที่จะเจรจาแต่ไทยต้องพร้อม และกัมพูชาไม่ควรจะกดดันให้ไทยไปสู่โต๊ะเจรจา อย่างน้อยระบุวันว่าจะเจรจาวันนี้เหมือนรัฐบาลจัดตั้งมาได้ 3 วัน แถลงนโยบายเสร็จต้องไปประชุมแล้ว กัมพูชาไม่ได้คิดถึงกระบวนการภายในของไทย แต่ไทยยืนยันว่ามาตลอดเราพร้อม

 

ส่วนขั้นตอนตอนนี้ต้องคุยกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ บริบทมันไม่เหมือนเดิมแล้ว ต้องมาดูสถานการณ์ใหม่ ก็เตรียมไว้แล้วเรื่องความมั่นคงชายแดน ไม่ใช่กระทรวงต่างประเทศโดยตรง แม้กระทั่งการเจรจา ก็ไม่ใช้กระทรวงต่างประเทศโดยลำพัง ต้องมีท่าทีเป็นเอกภาพร่วมกัน โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายทหารฝ่ายกองทัพบก กองทัพไทย ต้องคุยกันให้ตกผลึก

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่