ปชน. จี้รัฐบาลเพิ่มเยียวยาวิกฤตน้ำมัน ชี้งบ 3 พันล้านไม่พอ

การเมือง ข่าว
พรรคประชาชน จี้รัฐบาลเพิ่มมาตรการเยียวยาวิกฤตน้ำมัน ชี้งบใหม่ 3 พันล้านไม่พอ ครอบคลุมไม่ถึง “ประมง-ปุ๋ย-เม็ดพลาสติก” แนะเปิดข้อมูลสต็อก-ราคา ป้องกันฉวยโอกาส

 

พรรคประชาชน นำโดย นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และนายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการนโยบายพรรค ร่วมแถลงข้อเสนอเชิงนโยบายต่อมาตรการเยียวยาวิกฤตราคาพลังงาน ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน

นายวีระยุทธ ระบุว่า แม้มาตรการที่ออกมาจะมีวงเงินรวม 7,700 ล้านบาท แต่เมื่อพิจารณารายละเอียดพบว่า งบช่วยเหลือ “ใหม่จริง” มีเพียงประมาณ 3,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ 4,700 ล้านบาท เป็นการนำไปอุดช่องว่างงบประมาณเดิมของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปีงบประมาณ 2569 พร้อมชี้ว่า มาตรการดังกล่าวยังช่วยเหลือเพียงระยะสั้น และยังมีหลายกลุ่มที่ตกหล่น โดยเฉพาะกลุ่มประมงที่ไม่สามารถออกเรือได้ รวมถึงอุตสาหกรรมต้นน้ำอย่าง “เม็ดพลาสติก” ซึ่งเชื่อมโยงไปยังภาคบรรจุภัณฑ์ สี และก่อสร้าง

นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังตั้งข้อสังเกตว่า มาตรการที่มีรายละเอียดมากที่สุดกลับเป็นการช่วยเหลือ “คู่สัญญาภาครัฐ” เช่น ผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่สามารถปรับสัญญาและต้นทุนค่าน้ำมันได้สูงสุดถึง 69.99 บาทต่อลิตร จึงเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับประชาชนกลุ่มอื่นในระดับเดียวกัน

ด้านนายเดชรัต กล่าวว่า ต้นทุนหลักของภาคเกษตรอยู่ที่ “ปุ๋ย” และ “น้ำมันเชื้อเพลิง” ซึ่งคิดเป็น 40-50% ของต้นทุนทั้งหมด แต่มาตรการที่ออกมายังช่วยได้เพียงบางส่วน โดยเฉพาะโครงการปุ๋ยธงเขียวที่เพิ่มเงินอุดหนุนเป็น 300 บาทต่อกระสอบ แต่ยังจำกัดสิทธิ์เพียงส่วนน้อยของเกษตรกร โดยพรรคประชาชนเสนอให้ขยายสิทธิ์ให้ครอบคลุมเกษตรกรทุกคน พร้อมเรียกร้องให้มีมาตรการช่วยเหลือน้ำมันในภาคเกษตรและประมงอย่างชัดเจน ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีมาตรการรองรับ

ส่วนในประเด็นปุ๋ย นายเดชรัต เรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูล “ปริมาณและราคาปุ๋ย” ทั่วประเทศอย่างโปร่งใส เนื่องจากเป็นสินค้าควบคุมที่กระทรวงพาณิชย์มีข้อมูลอยู่แล้ว เพื่อป้องกันการกักตุนหรือขายเกินราคา หากมีการเปิดข้อมูลชัดเจน ประชาชนจะช่วยกันตรวจสอบได้ และป้องกันไม่ให้เกิด ‘ไอ้โม่งปุ๋ย’ เหมือนกรณีน้ำมันได้

ขณะเดียวกัน ยังชี้ว่ามาตรการเพิ่มเงิน 100 บาทในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังไม่ครอบคลุมกลุ่มเปราะบางทั้งหมด เนื่องจากยังมีประชาชนจำนวนมากที่ไม่อยู่ในระบบ พร้อมเสนอให้มีมาตรการเพิ่มเติม เช่น เงินฉุกเฉินด้านการศึกษา และสินเชื่อฉุกเฉินสำหรับครัวเรือน

ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่า โครงสร้างงบประมาณของมาตรการครั้งนี้สะท้อนปัญหาทางการคลังของรัฐบาล เนื่องจากงบกองทุนประชารัฐปี 2569 ถูกตั้งไว้เพียง 30,000 ล้านบาท จากปกติที่ต้องใช้ราว 50,000 ล้านบาท ทำให้ต้องนำงบกลางมาเติม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดทำ “พ.ร.บ.โอนงบประมาณ” ผ่านสภา เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการใช้งบ และกำหนดให้ชัดเจนว่างบส่วนใดจะถูกตัดเพื่อนำมาใช้แก้ปัญหา

นอกจากนี้ ยังเตือนว่า ระยะเวลาการใช้งบประมาณปี 2569 เหลือไม่มาก หากรัฐบาลไม่เร่งหาแหล่งเงินเพิ่มเติม ประชาชนจะยังต้องเผชิญกับมาตรการช่วยเหลือที่ไม่เพียงพอ หากไม่เร่งแก้ไข ประชาชนจะต้องอยู่กับมาตรการเยียวยาที่ไม่สอดคล้องกับความเดือดร้อนต่อไป

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่