เข้าข่ายปล้นชาติ! “หมอวรงค์” จี้ “พิพัฒน์”แจงปมน้ำมันหาย

การเมือง ข่าว

 

“หมอวรงค์” จี้ “พิพัฒน์” ใช้เวทีสภาฯ แจงปมน้ำมันหาย เผยตัวเลขดีเซลหาย 600-700 ล้านลิตร ชี้เข้าข่ายปล้นชาติ-ปล้นแผ่นดิน

 

นายแพทย์วรวค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี เปิดเผยถึงกรณีน้ำมัน ว่า ปัญหาน้ำมันโดยเฉพาะน้ำมันดีเซลไม่เพียงแต่ราคาแพง แต่หัวใจสำคัญที่ต้องการจะย้ำคือน้ำมันหาย น้ำมันหายถือเป็นกระบวนการทุจริตโกงชาติในรูปแบบหนึ่งในในช่วงวิกฤตที่เกิดขึ้นกับประชาชน

เมื่อวานนี้ จากข้อมูลที่ตนเองได้รวบรวมมาจากกรมธุรกิจพลังงาน เป็นรายงานที่เป็นทางการเกี่ยวกับยอดน้ำมันที่ส่งไปยังปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ ซึ่งตัวเลขที่ตนเองแถลงเมื่อวานนี้ ไม่ได้ใช้ตัวเลขรวม แต่ใช้ตัวเลขเฉพาะเจาะจงที่ส่งไปยังปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ ดังนั้น ตัวเลขนี้สะท้อนถึงปัญหาของประชาชนมากกว่า
ซึ่งตัวเลขของน้ำมันในช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงสิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะดีเซล จากการวิเคราะห์ข้อมูล 2 ชุด ของกรมธุรกิจพลังงาน คาดการณ์ว่าช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนมีนาคม น้ำมันดีเซล จะหายจากระบบ 600-700 ล้านลิตร เป็นตัวเลขที่สูงมาก เข้าข่ายเป็นการปล้นชาติ ปล้นแผ่นดิน

นายแพทย์วรงค์ ระบุว่า วันนี้ขอเรียกร้องนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก. ให้มาชี้แจงเรื่องนี้บนเวทีสภาฯ ซึ่งเมื่อวานนี้ก็รอให้มาชี้แจง แต่ไม่มา ทำให้ตนเองยิ่งปักใจเชื่อว่าตัวเลขน้ำมันนี้ 600-700 ล้านลิตร เป็นเรื่องจริง

ซึ่งปริมาณน้ำมันที่ถูกส่งไปยังปั๊มทั่วประเทศ ช่วงกลางเดือนมีนาคมสูงถึง 70 ล้านลิตร ตัวเลขของน้ำมันที่ส่งไปยังปั๊มปกติเดือนมกราคม 51 ล้านลิตร ประชาชนไม่เคยทุกข์ร้อน จะเติมเท่าไหร่ก็ได้ แต่ตัวเลขที่ 10-20 ล้านลิตรต่อวัน ช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงสิ้นเดือนมีนาคม ประชาชนถูกจำกัดในการเติม บางรายเติมได้แค่ 500 บาท หรือ 1,000 บาท

นายแพทย์วรงค์ ยังระบุถึงตัวเลขล่าสุดที่กรมธุรกิจพลังงาน เมื่อวันที่ 5 เมษายน ตัวเลขน้ำมันดีเซลที่คลังจ่ายของผู้ค้าตามมาตรา 7 ส่งไปปั๊ม 37.5 ล้านลิตร //ถัดมาวันที่ 6 เมษายน 46 ล้านลิตร และล่าสุด 7 เมษายน 42 ล้านลิตร ซึ่งช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนมีนาคม ตัวเลขโผล่ 70 กว่าล้านลิตร แต่ประชาชนไม่มีน้ำมันเติม

ยิ่งสะท้อนว่าตัวเลขที่ตัวเองนำมาอภิปรายฯ นำไปสู่การหายของดีเซล ยิ่งทำให้น่าเชื่อถือมากขึ้น

พร้อมกันนี้ นายแพทย์วรงค์ ระบุอีกว่า หากแบ่งเส้นทางการเดินทางของน้ำมันตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ซึ่งต้นน้ำคือโรงกลั่น / กลางน้ำคือผู้ค้าตามมาตรา 7 / และ ปลายน้ำคือปั๊มน้ำมัน

เมื่อปลายเดือนมีนาคม รัฐบาลแถลงชัดเจนว่าการตรวจสอบคลังน้ำมันตามมาตรา 7 ไม่พบการกักตุน ย่อมแสดงว่าคลังน้ำมันตามมาตรา 7 มีไม่มาก ในเมื่อไปตรวจสอบคลังน้ำเหล่านี้ไม่พบความผิดปกติ สิ่งที่ตนเองสงสัย คือ อยากถามไปยังรัฐบาล ว่าน้ำมันส่วนเกิน 600-700 ล้านลิตร หากมีน้ำมันจริงการไปตรวจคลังน้ำมัน ต้องเจอน้ำมันกักตุนจำนวนมาก แต่เมื่อไม่เจอ จึงตั้งข้อสงสัย ว่าเป็นน้ำมันลม น้ำมันเก๊หรือไม่ เป็นไปได้หรือไม่ว่าโรงกลั่น ส่งน้ำมันลม มาให้กลางน้ำ และมีความพัวพันในการส่งน้ำมันลมเป็นทอด ๆ หรือไม่ หากเกิดสิ่งนี้จริงจะเป็นขบวนการปล้นชาติบนแผ่นดินครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศ ปล้นภาษีประชาชนเป็น 10,000 ล้านบาท เพราะจนถึงขณะนี้ยังตามหาน้ำมันไม่เจอ

นายแพทย์วรงค์ ยังระบุอีกว่า เมื่อวานนี้ที่ ดีเอสไอ มีมติที่จะนำการตรวจสอบน้ำมันหายเป็นคดีพิเศษ ซึ่งตรวจสอบเส้นทาง GPS ของรถเป็น 10,000 เที่ยว ส่วนตัวอยากแนะนำว่าหากต้องการจะจับจริง ๆ ง่ายมาก โรงกลั่นก็สามารถตรวจสอบได้ คลังน้ำมันผู้ค้าตามมาตรา 7 ก็สามารถตรวจสอบได้ และปั๊มน้ำมันก็สามารถตรวจสอบได้ เพียงแค่นี้ก็ได้คำตอบแล้ว แต่ที่ผ่านมาการตรวจสอบ เหมือนการเล่นปาหี่ ลิเก ขออย่าทำเลย ตรวจสอบ GPS มันหลอกลวงประชาชน

ย้ำว่า ขอเรียกร้องไปยังนายพิพัฒน์ และนายกรัฐมนตรีมาชี้แจง หากเคลียร์เรื่องนี้ไม่ได้ กลัวว่าจะสะดุด และไปไม่รอด เพราะมันไม่สง่างาม ขอให้จับไอ้พวกขี้โกงมาลงโทษให้ได้ หากเคลียร์ไม่ได้ วันที่ตนเองใช้อำนาจกรรมาธิการ รัฐบาลจะอยู่ไม่ได้ เพราะรัฐมนตรีจะติดคุก

นายแพทย์วรงค์ ยังบอกอีกว่า ขณะนี้ข้อมูลที่ตนเองได้รับมันยังไม่แน่นพอที่จะไปดำเนินการทาง ป.ป.ช. แต่สามารถคาดการณ์ได้ว่ามีกระบวนการปล้นน้ำมันของชาติ ซึ่งข้อมูลส่วนหนึ่งมาจากกรมธุรกิจพลังงาน แสดงว่าหน่วยงานของรัฐก็เล่นกับเขาด้วย เป็นไปไม่ได้ที่ตัวเลข 70 ล้านลิตร ส่งไปยังปั๊มน้ำมันต่าง ๆประชาชนไม่มีน้ำมันเติม

ส่วนตัวคิดว่ามันจะมีความเชื่อมโยงกับพ่อค้ารายใหญ่ด้วย เป็นไปไม่ได้ว่ารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจะไม่ทราบจริงใช่หรือไม่ ที่ปล่อยให้ประชาชนขาดแคลนน้ำมัน และบอกว่าประชาชนตื่นตระหนก และกักตุน วันนี้ตนเองยังไม่ฟ้อง จึงอยากจะเรียกร้องให้รัฐมนตรีคนนั้นมาชี้แจงที่สภาฯ หากเคลียร์ได้ก็โอเค

อย่างไรก็ตาม มาตรการกำหนดเวลาเปิด-ปิดปั๊มน้ำมันเป็นเวลาหลังสงกรานต์ นายแพทย์วรงค์ มองว่า เช้านี้ประชาชนคล่องตัวขึ้น ไม่ได้ขาดแคลนเหมือนช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา วันนี้มองว่าไม่มีความจำเป็นในการกำหนดเวลาเปิดปั๊ม

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่