“กรณ์” ซัดนโยบาย “อนุทิน2” แก้พลังงานล้มเหลว อัดรัฐเกรงใจทุน ปล่อยราคาน้ำมันพุ่ง จี้นายกฯ สอบเส้นทางเงินโยงสแกมเมอร์ ตั้งคำถามมาตรฐานตั้งรัฐมนตรี
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายวิพากษ์นโยบายรัฐบาลอย่างหนัก โดยเฉพาะการแก้ปัญหาราคาพลังงานที่มองว่ายังขาดความชัดเจน และเป็นเพียงการ “ซื้อเวลา” รอให้ราคาตลาดโลกปรับตัวลดลง ทั้งนี้ แม้รัฐบาลจะพยายามเจรจาลดค่าการกลั่นน้ำมันลง 2 บาทต่อลิตร แต่ในความเป็นจริงค่าการตลาดหน้าปั๊มกลับปรับเพิ่มขึ้นจากประมาณ 5 บาท เป็น 10 บาทต่อลิตร สะท้อนให้เห็นถึงความไม่สมดุลของมาตรการ และตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลอาจเกรงใจกลุ่มทุนพลังงานมากกว่าความเดือดร้อนของประชาชน เนื่องจากไม่มีการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงแม้แต่น้อย
พร้อมกันนี้ ยังโต้แย้งคำชี้แจงของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ระบุให้ภาระราคาน้ำมันเป็นเรื่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเห็นว่าเป็นการผลักภาระหนี้ให้ประชาชนในทางอ้อม และชี้ว่าภาษีสรรพสามิตน้ำมันไม่ได้ถูกนำไปใช้ด้านสาธารณสุขโดยตรงตามที่กล่าวอ้าง
นอกจากนี้ นายกรณ์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงโครงสร้างสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กับเอกชน ว่าอาจมีช่องโหว่ที่เอื้อให้เอกชนได้รับผลประโยชน์เพิ่มขึ้นเมื่อราคาเชื้อเพลิงสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างด้านพลังงานที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง
ส่วนในประเด็นการปราบปรามทุนสีเทาและขบวนการสแกมเมอร์ นายกรณ์ วิจารณ์ว่า รัฐบาลยังขาดความจริงจัง โดยพาดพิงการทำงานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ว่ามีความล่าช้า จนทำให้มีการโยกย้ายถ่ายโอนหุ้นมูลค่ากว่า 500 ล้านบาทออกไปก่อนการอายัดทรัพย์รอบสอง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลพิสูจน์หลักการ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ด้วยการตรวจสอบนอมินีคนไทยอย่างเข้มงวดและถึงที่สุด
นายกรณ์ ยังยกตัวอย่างกรณีอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลก่อน ที่มีความเกี่ยวข้องกับการถือหุ้นในบริษัท Finansia และตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นไปได้ของการกู้เงินจาก Capital Asia Investments (CAI) พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีสั่งตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด
โดยเฉพาะความเชื่อมโยงกับบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในเครือข่าย “เบน” ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ขณะเดียวกัน ยังพาดพิงถึงกรณีบันทึกความเข้าใจ (MOU) ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มีการเปิดเผยว่ามีความพยายามติดสินบนมูลค่า 40 ล้านบาทต่อเดือน พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทของบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการแต่งตั้งรัฐมนตรีบางรายที่เคยปรากฏในภาพร่วมกับบุคคลที่มีข้อครหา โดยเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีชี้แจงต่อสาธารณะถึงความเหมาะสมในการแต่งตั้ง
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้นายเอกนิติพิจารณาความเหมาะสมของบุคคลที่ดำรงตำแหน่งสำคัญในหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุน ซึ่งมีรายงานว่าถูกหน่วยงานสอบสวนดำเนินคดี เพื่อรักษามาตรฐานความน่าเชื่อถือของระบบเศรษฐกิจ
ในช่วงท้าย นายกรณ์ กล่าวพาดพิงถึงกรณีการทำธุรกรรมซื้อเครื่องบินเจ็ตมูลค่าสูง โดยตั้งคำถามถึงกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติและเส้นทางการเงินของบุคคลในคณะรัฐมนตรี ก่อนเข้ารับตำแหน่ง ว่ามีความรอบคอบเพียงพอหรือไม่
“หากนายกรัฐมนตรีตรวจสอบแล้วและมั่นใจว่าทุกอย่างบริสุทธิ์ ก็ขอให้ชี้แจงต่อสาธารณะอย่างชัดเจน แต่หากยังไม่เคยตั้งคำถามเหล่านี้ ก็สะท้อนถึงความจริงใจในการปราบปรามกลุ่มทุนสีเทา และความมุ่งมั่นต่อหลักการที่รัฐบาลประกาศไว้”
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews