นายกฯ ย้ำ น้ำมันพอใช้ช่วงสงกรานต์ ไม่ต้องสำรอง

การเมือง ข่าว

 

นายกรัฐมนตรี เปิดโครงการลดอุบุติเหตุ “7วันอันตราย” ยืนยัน น้ำมันมีเพียงพอช่วงสงกรานต์ วอนประชาชนไม่ต้องสำรอง

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศที่ประชุมผ่านระบบออนไลน์ รวมถึงภาคเอกชนและเครือข่ายอาสาสมัคร เข้าร่วมบูรณาการทำงานร่วมกัน

นายอนุทิน ระบุว่า เทศกาลสงกรานต์ปีนี้มีวันหยุดยาวต่อเนื่อง คาดประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวจำนวนมาก ภาครัฐต้องอำนวยความสะดวกสูงสุด โดยตั้งเป้าลดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บบนท้องถนนในช่วง “7 วันอันตราย” ระหว่างวันที่ 10–16 เมษายน พร้อมเน้นย้ำสาเหตุหลักของอุบัติเหตุคือ การดื่มสุราและการพักผ่อนไม่เพียงพอ

ทั้งนี้ รัฐบาลผลักดันการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง โดยใช้แนวคิด “ดื่มไม่ขับ” แทน “เมาไม่ขับ” เพื่อให้มีผู้ขับขี่ที่ปราศจากแอลกอฮอล์อย่างน้อยหนึ่งคนในยานพาหนะ ควบคู่กับการเคารพกฎหมาย ไม่ขับรถเร็ว และการสวมหมวกนิรภัยสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุในทุกพื้นที่

นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณความร่วมมือจากภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน และอาสาสมัคร ที่ร่วมสนับสนุนภารกิจ โดยย้ำว่าการลดความสูญเสียต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เนื่องจากอุบัติเหตุส่งผลกระทบทั้งต่อชีวิต ครอบครัว และผู้ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับมาตรการรองรับการเดินทาง ปีนี้ให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกประชาชนเป็นพิเศษ ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ผันผวน โดยยืนยันว่ามีน้ำมันเพียงพอต่อการใช้งาน ขอประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนกหรือสำรองน้ำมันเกินจำเป็น พร้อมรณรงค์การเดินทางร่วมกันหรือใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดจำนวนยานพาหนะและอุบัติเหตุบนท้องถนน

ส่วนกระทรวงคมนาคม ตนก็ได้มอบหมายให้เตรียมความพร้อมระบบขนส่งสาธารณะอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศให้ดูแลการกระจายน้ำมัน การกำกับปั๊มน้ำมัน

การบังคับใช้กฎหมาย การตั้งด่านเท่าที่จำเป็น และการดูแลเส้นทางสัญจร โดยเฉพาะจุดเสี่ยงและถนนสายรอง รวมถึงการบริหารจัดการพื้นที่เล่นน้ำไม่ให้กระทบการจราจร และย้ำว่า การบังคับใช้กฎหมายต้องทำอย่างเคร่งครัดควบคู่กับการอำนวยความสะดวกประชาชน พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานตั้งเป้าลดตัวเลขอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุด และให้ประชาชนร่วมกันสร้างจิตสำนึกความปลอดภัย เพื่อให้การเดินทางช่วงสงกรานต์เป็นไปอย่างปลอดภัยสูงสุด

นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้ประเพณีสงกรานต์อย่างการสาดน้ำจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ต้องจัดการไม่ให้กระทบต่อการสัญจร พร้อมยกตัวอย่างประสบการณ์ส่วนตัวจากปีที่ผ่านมา ที่ใช้เวลาเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยานานถึง 3–4 ชั่วโมง เนื่องจากการจราจรถูกปิดจากกิจกรรมเล่นน้ำ ทำให้เห็นถึงความจำเป็นในการจัดระเบียบพื้นที่ให้สมดุลระหว่างการรักษาประเพณีและการเดินทางของประชาชน พร้อม ย้ำว่าไม่ต้องการขัดขวางความสุขของประชาชนในช่วงเทศกาล แต่ต้องบริหารจัดการอย่างเหมาะสม เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์เป็นไปอย่างปลอดภัยและเรียบร้อย

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

';

ประเด็นที่คุณอาจสนใจ

';