พรรคร่วมฝ่ายค้าน ผนึกกำลัง ดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาดเต็มที่ ย้ำแก้ฝุ่นทั้งระบบ “ระยะสั้น-ระยะยาว” ช่วยกลุ่มเปราะบาง ชี้อากาศสะอาดคือสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่ปัญหาตามฤดูกาล
พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยพรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 โดยยืนยันจุดยืนร่วมกัน ในการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาดอย่างเต็มที่ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาวควบคู่กัน
เริ่มจาก นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียเจ้าหน้าที่จากการปฏิบัติหน้าที่ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ จ.แพร่ และเชียงใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นซ้ำทุกปี สะท้อนปัญหาการเตรียมความพร้อมของภาครัฐ ทั้งด้านงบประมาณ อุปกรณ์ และสวัสดิการ หากมีการวางแผนที่เพียงพอ อาจลดความสูญเสียลงได้ โดยจากการลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ พบว่าประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และผู้ป่วยติดเตียง ยังคงได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 อย่างรุนแรง พร้อมเสนอให้รัฐบาลเร่งสนับสนุนมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที เช่น การติดตั้ง “มุ้งสู้ฝุ่น” และห้องปลอดฝุ่นแบบแรงดันบวกในชุมชน ซึ่งมีต้นทุนไม่สูงแต่สามารถลดค่าฝุ่นจากระดับ 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เหลือเพียง 30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ พรรคฝ่ายค้านเตรียมนำข้อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่ออุดช่องว่างเชิงนโยบาย พร้อมเดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ซึ่งพรรคประชาชนได้ผลักดันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สภาชุดก่อน โดยย้ำว่าการขับเคลื่อนกฎหมายดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกพรรคการเมือง
ด้าน นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า อากาศสะอาดควรเป็น “สิทธิขั้นพื้นฐาน” ของประชาชนทุกคน และการตั้งคณะกรรมาธิการในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญ ในการแก้ปัญหาในภาพรวมทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ หรือเฉพาะช่วงฤดูกาลที่เกิดวิกฤต แม้จะมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับรายละเอียดของ พ.ร.บ.อากาศสะอาด แต่ไม่ควรถูกปัดตก โดยควรเดินหน้าสู่การพิจารณาในระดับวุฒิสภา พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยย้ำว่าประเด็นนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องมลพิษ แต่เป็นเรื่อง “สุขภาพ ความมั่นคงของมนุษย์ และอนาคตของประเทศ”
“การแก้ปัญหาฝุ่นต้องไม่เป็นเพียงนโยบายตามฤดูกาลหรือสมัยประชุม แต่ต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่าเมื่อใดประชาชนจะได้สูดอากาศสะอาดอย่างแท้จริง”

พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจน จัดสรรงบประมาณอย่างเหมาะสม และดำเนินมาตรการเชิงโครงสร้าง ทั้งการปรับภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตร และการใช้พลังงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เกิดซ้ำซากในทุกปี
ขณะเดียวกัน พรรคร่วมฝ่ายค้าน ย้ำว่า การผลักดันกฎหมายอากาศสะอาดและมาตรการควบคู่กัน เป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน และสร้างหลักประกันด้านสุขภาพให้กับประชาชนในระยะยาว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews