รมว.กลาโหม ตรวจเยี่ยม DTI เป็นภารกิจแรกหลังถวายสัตย์ฯ พัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พึ่งพาตนเองสำคัญที่สุด พร้อมขอประชาชนมั่นใจไม่มี สัญญาณปะทะไทย-กัมพูชา รอบสาม ติงอิมฟลูเคลื่อนไหวพื้นที่ชายแดนหวังยอดไลค์กระทบ
พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปยังสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ หรือ DTI เพื่อเยี่ยมชม และรับฟังบรรยายสรุป การพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ โดยเฉพาะการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ เพื่อให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งเป็นการเดินทางมายังหน่วยงานภายใต้สังกัดของ กระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยแรกหลังเข้า ถวายสัตย์ปฏิญาณ ฯ พร้อมคณะรัฐมนตรีอนุทิน 2
ทั้งนี้ได้ติดตามความก้าวหน้างานวิจัยและพัฒนา ของ DTI โดยเฉพาะศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน
โดยพลโทอดุลย์ ให้ความสนใจการนำระบบโดรนมาใช้ในเหตุการณ์สู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา พร้อมย้ำถึงการบูรณาการ ระหว่างเหล่าทัพในการพัฒนาองค์ความรู้เรื่องโดรน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาและข้อกังวลกรณีที่อาจจะมีการสู้รบในรอบ 3 หรือไม่ว่า ขอให้มั่นใจข้อมูลของทางการ และทหารในพื้นที่ เพราะหากจะมีการสู้รบเกิดขึ้นจะมีการแจ้งเตือน และอพยพประชาชน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการรบกัน โดยที่ยังมีประชาชนอยู่ในพื้นที่
ทั้งนี้เชื่อว่า ประเทศฝั่งตรงข้ามก็ต้องประเมินตัวเองด้วยว่าพร้อมจะสู้รบกับไทยอีกหรือไม่ เพราะหากจะเกิดสู้รบขึ้นอีกครั้ง ก็อาจจะเป็นการสู้รบขนาดใหญ่
ดังนั้นขอให้ประชาชนเชื่อมั่นทหารทุกระดับชั้น และขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เล่นสงกรานต์ให้มีความสุข แต่หากมีการแจ้งเตือนสัญญาณการปะทะเกิดขึ้นฝ่ายความมั่นคงก็มีแผนรองรับอยู่แล้ว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้จะลงพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา เพื่อให้ให้กำลังใจทหารที่อยู่แนวหน้า พร้อมฝากถึงประชาชน ว่าในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนาน ยังมีคนอีกกลุ่ม ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน
ส่วนกรณี นายสนธยา สวัสดี ยื่นหนังสือที่กระทรวงกลาโหม เพื่อขอให้ยุติการสนับสนุนกัน จอมพลัง ที่ทำกิจกรรมอยู่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และให้ตรวจสอบการใช้เงินของมูลนิธิ กัน จอมพลังด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า รับทราบเรื่องนี้แล้วพร้อมย้ำว่า ช่วงการสู้รบในภาวะมีวิกฤต แม้รัฐบาลจะมีงบประมาณให้ แต่ความต้องการในขณะนั้น ต้องใช้อย่างเร่งด่วนและ ต้องการความรวดเร็ว แต่รัฐบาลมีขั้นตอนถึง 3 เดือน เมื่อมีภาคเอกชนหรือประชาชนมาช่วย ก็ส่งผลให้การดำเนินการต่างๆ รวดเร็วขึ้น เช่น การทำบังเกอร์เพื่อความปลอดภัย ทั้งหมดเป็นเรื่องของความรักที่ประชาชนมีให้ทหารที่รักษาอธิปไตย แต่หากเกินเลยไปมากกว่านี้ ก็ต้องไปตรวจสอบ เพราะสถานการณ์ในขณะนี้รัฐบาลมีงบประมาณให้แล้ว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยอมรับว่า มีข้อกังวลเรื่องความเคลื่อนไหวของกลุ่มอินฟลูในพื้นที่ ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่หวังยอดไลค์จนเกินไป และนำเสนอเรื่องราวต่างๆ จนทำให้กระทบต่อผู้ปฏิบัติงานบริเวณแนวชายแดน ดังนั้นจึงขอฝากให้คำนึงถึงความข้อเท็จจริง และความสามัคคีเป็นหลัก โดย ช่วยกันให้กำลังใจทหาร ปฏิบัติหน้าที่ แต่หากทหารคนใดกระทำไม่ดีก็ขอให้บอกมา ซึ่งเชื่อว่าเป็นส่วนน้อย
ดังนั้นในฐานะที่เป็นคนไทยควรจะต้องคำนึงถึงเรื่องจริยธรรม และความรับผิดชอบในอาชีพ ไม่ควรทำให้ทหารในพื้นที่ต้องความกดดัน
ส่วนกระแสข่าวต่างๆที่เชื่อมโยงกรณีคำสั่งให้นาวาเอกธรรมนูญ วรรณา ย้ายจากผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ไปเป็นผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือที่ผ่านมานั้นเรื่องนี้ต้องเลิกพูดได้แล้ว และต้องเข้าใจว่า นาวาเอกธรรมนูญ ได้ปฏิบัติภารกิจในเหตุการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา จนได้พื้นที่คืนมาหมดแล้ว
ดังนั้นการที่มีคำสั่งให้ย้ายมาคุมหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือ จึงถือเป็นเรื่องปกติ และเป็นประโยชน์ ทั้งนี้โดยส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายในครั้งนี้ แต่มองว่า นาวาเอกธรรมนูญ เป็นคนที่รู้จักพื้นที่ดี น่าจะสามารถเข้ามาดำเนินการดูแลเรื่องของการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดนได้ดี และสามารถพิจารณาได้ว่า จุดใดควรเก็บกู้ก่อนหรือหลัง จึงเห็นได้ว่าการปรับย้ายมีเหตุและผล
พร้อมทั้งเชื่อว่า ผบ.นย.ในฐานะผู้บังคับหน่วย จะพิจารณาย้ายใครก็ตาม ต้องมองด้วยเหตุและผล หากไม่เชื่อ ผบ.นย.แล้วจะไปเชื่อใคร
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews