“ณัฐพงษ์” เปิดธีมเดือด “พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” ซักนโยบายรัฐบาล

การเมือง ข่าว
“ณัฐพงษ์” เปิดธีมเดือด “พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” นำทีม 20 สส. ซักนโยบายรัฐบาล ซัด “ครม.หนู” ขาดความเชื่อมั่น จี้ “เอกนัฏ“ กางตัวเลขโรงกลั่น-ค่าการกลั่นต้องเป็นธรรม หากเกินจริงต้องดึงคืน

 

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมอภิปรายแถลงนโยบายของรัฐบาล ว่า พรรคประชาชนเตรียมอภิปรายภายใต้ธีม “พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” เพื่อสะท้อนเสียงความเดือดร้อนของประชาชนไปยังรัฐบาลโดยตรง โดยที่ผ่านมารัฐบาลมักแก้ปัญหาแบบ “ตามหลัง” มากกว่าการบริหารเชิงป้องกันล่วงหน้า ยกตัวอย่างทั้งวิกฤตฝุ่น PM 2.5 และสถานการณ์น้ำมัน ที่ในช่วงแรกมีการปฏิเสธปัญหา แต่ภายหลังกลับยอมรับว่ามีการกักตุนและแสวงหาผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของประชาชน สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ขาดประสิทธิภาพ พร้อมชี้ว่า แม้จะมีการเรียกร้องให้รัฐจัดสรรงบประมาณและสวัสดิการที่เหมาะสมให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมาโดยตลอด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการแก้ปัญหาหลังเกิดความสูญเสียแล้ว ซึ่งรัฐบาลควรสามารถป้องกันได้ตั้งแต่ต้น

สำหรับการอภิปรายครั้งนี้ พรรคประชาชนเตรียมผู้อภิปรายไม่ต่ำกว่า 20 คน ครอบคลุมทุกมิติ โดยตนเองเป็นผู้อภิปรายเปิด ตามด้วยนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค โดยจะเริ่มจากประเด็นเศรษฐกิจซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนเฝ้าติดตาม และขยายไปยังด้านอื่น ๆ อาทิ การศึกษา สิ่งแวดล้อม ตลาดพลังงาน และการปฏิรูปโครงสร้างสำคัญของประเทศ

เมื่อประเมินร่างนโยบายของรัฐบาล นายณัฐพงษ์ เห็นว่า แม้จะมีความพยายามปรับโครงสร้างการบริหาร เช่น การจัดกลุ่มคลัสเตอร์และการบูรณาการนโยบาย แต่โดยเนื้อหาแล้วหลายเรื่องเป็นแนวคิดที่พรรคการเมืองต่าง ๆเคยเสนอไว้ก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญไม่ใช่ตัวนโยบาย แต่คือ “ความเชื่อมั่น” ในตัวรัฐบาล โดยสิ่งที่เป็นปัญหาสูงสุดตอนนี้ คือ ความไม่ไว้วางใจจากประชาชนและภาคเอกชน ต่อที่มาของรัฐบาลและข้อกังวล เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน พร้อมวิจารณ์ว่า โครงสร้างคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่ยังยึดโยงกับโควตาทางการเมือง แม้จะมีบุคลากรที่มีความสามารถในบางส่วน แต่หากไม่กล้าจัดการปัญหาคอร์รัปชันและผลประโยชน์ทับซ้อนก็ยากที่จะขับเคลื่อนการปฏิรูปเชิงโครงสร้างได้จริง

นายณัฐพงษ์ ยังระบุว่า เสถียรภาพของรัฐบาลจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างความเชื่อมั่น โดยเฉพาะความโปร่งใสของกระบวนการได้มาซึ่งอำนาจ พร้อมยกตัวอย่างกรณีความผิดปกติในการเลือกตั้งบางพื้นที่ที่ควรมีการตรวจสอบอย่างจริงจัง

สำหรับบทบาทของฝ่ายค้านในสภา นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า ทุกเวทีในรัฐสภาคือเวทีตรวจสอบรัฐบาล โดยพรรคได้จัดเตรียมเนื้อหาอย่างเป็นระบบ แบ่งบทบาทผู้อภิปรายชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อน และทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลผู้เกี่ยวข้องกับการกักตุนน้ำมันอย่างโปร่งใส หลังนายกรัฐมนตรีออกมายอมรับว่าพบความผิดปกติ โดยควรขยายผลไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังและดำเนินคดีอย่างจริงจัง

ในประเด็นการกำกับดูแลโรงกลั่นน้ำมัน นายณัฐพงษ์ ระบุว่า การประชุมร่วมกับผู้ประกอบการที่กำลังจะเกิดขึ้น ควรเปิดเผย “ตัวเลขต้นทุน-กำไร-ค่าการกลั่น” อย่างครบถ้วน เพื่อให้สาธารณชนตรวจสอบได้ โดยค่าการกลั่นต้องอยู่บนหลักความเป็นธรรมและสมเหตุสมผล หากพบว่ามีกำไรสูงเกินจริงในช่วงวิกฤต ควรมีการเรียกคืนผลประโยชน์บางส่วนกลับคืนสู่ระบบ ทั้งนี้ ย้ำว่า การหาคำตอบเรื่องความเป็นธรรมในโครงสร้างพลังงานจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทุนจนถึงซัพพลายเชน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในระยะยาว

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่