เรียกร้องนายกฯ สอบรถกระบะ”กอ.รมน.”ใช้ยิง สส.นราธิวาส

การเมือง ข่าว

 

พรรคประชาชาติ เรียกร้อง นายกรัฐมนตรี ให้ตรวจสอบรถกระบะ กอ.รมน.-ปืน M16 ใช้ถล่มยิง “กมลศักดิ์” สส.นราธิวาส เชื่อ ผู้ต้องหา 4 คน ที่ถูกจับ มีผู้บงการ

 

 

วันนี้ (3 เม.ย.69) ที่ทำการพรรคประชาชาติ เขตดอนเมือง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้ากรณีคนร้าย ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่รถของนายกมลศักดิ์ ใกล้หน้าบ้านพักในอ.บาเจาะ? จว. นราธิวาส หลังเดินทางกลับจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ส่งผลให้ผู้ติดตามและคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย

 

พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า แถลงความคืบหน้าคดีนี้ ทราบว่าสามารถ ออกหมายจับตามป.วิอาญา และควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย ได้ แล้ว 4 คน รวมทั้งตรวจยึดอาวุธปืนเอ็ม 16 ได้จำนวนสองกระบอก และตรวจยึดรถกระบะคันที่ก่อเหตุได้แต่สิ่งที่ไม่สบายใจคือรถยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถสีขาวทราบว่าเป็นรถของทางราชการ สังกัด กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่มีนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผู้อำนวยการ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากได้กระทำความผิด แล้วคนร้าย ได้เอาไปชำแหละ แยกชิ้นส่วน จึงอยากทราบเหตุผลว่าการที่นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาของ กอ.รมน.ภาคสี่ส่วนหน้า จึงอยากรู้ที่มาว่าใครเป็นคนเบิกรถและอนุญาตให้ประชาชนนำไปใช้ในการก่อเหตุยิง สส. ในเรื่องนี้มองว่าน่าจะมีคนบงการที่มากกว่าผู้ก่อเหตุทั้ง 4 คน แม้จะเป็นข้าราชการระดับสูงหรือใครก็ตาม ไม่ใช่เรื่องยากในการที่จะพิสูจน์ว่าก่อนและหลังก่อเหตุมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร

 

เนื่องจากต้องมีการประสานงานกันระหว่างกลุ่มผู้ก่อเหตุและผู้จ้างวาน เพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน และในขณะที่คนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธสงครามยิงถล่มไปในรถถึง 33 นัด หวังผล บุคคลที่อยู่ภายในรถทั้งหมด ส่วนกรณีที่รถกระบะคันดังกล่าวมีการแรป เปลี่ยนสีรถ และติดฟิล์มรวมถึงมีการแจ้งหายก่อนเกิดเหตุไม่นาน ตนเองยังไม่ทราบข้อมูลดังกล่าว

 

ทางด้าน นายกมลศักดิ์ เชื่อว่า การก่อเหตุของคนร้ายในครั้งนี้มุ่งเป้าที่จะเอาชีวิตตนเอง เพราะส่วนตัวไม่เคยรู้จักกับทีมสังหาร แต่การก่อเหตุครั้งนี้ หวังจะเอาชีวิตและมีการติดตามความเคลื่อนไหวตั้งแต่ออกจากสนามบินหาดใหญ่ ไปจนถึงใกล้กลับบ้านพัก จึงลงมือก่อเหตุ จึงเชื่อว่า ขบวนการทั้งหมดจะต้องมีการวางแผนและติดตาม ความเคลื่อนไหวแม้ว่าตนเองจะหยุดพักถึงสองครั้งระหว่างเดินทางกลับบ้าน

 

ส่วนมูลเหตุจูงใจ ตนเองไม่ทราบเพราะไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครแม้จะทำหน้าที่เป็นทนายความนักสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ก็ตาม ส่วนปมปัญหาที่มองว่า เป็นเรื่องของการเมือง เพื่อต้องการข่มขู่เพื่อให้มีการย้ายพรรคหรือเปลี่ยนสีเสื้อนั้น ตนเองไม่ทราบคงต้องไปถามผู้ก่อเหตุ

นายกมลศักดิ์ กล่าวยอมรับว่า หลังเกิดเหตุเหตุการณ์ก็รู้สึกว่ากลัวและเป็นห่วงครอบครัว หลังจากนี้ จะปรับเปลี่ยนเรื่องของการวางแผนลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนรวมถึงการเดินทางต้องมีความรัดกุมเพื่อความปลอดภัย เพราะในพื้นที่ยังมีหลายเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับนักการเมืองท้องถิ่น

 

นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ ระบุว่าหลังจากนี้ จะมีการตั้งกรรมการของทางพรรคเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีและเตรียมที่จะ จะยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีเพื่ออยากเรียกร้องความเป็นธรรมเพราะไม่อยากให้ซ้ำรอยในอดีตเนื่องจากมองว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับทางราชการ แต่กลับมาทำร้ายประชาชน

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่