“พรรคประชาชน” จี้ รัฐประกาศ 9 จังหวัดเหนือเป็นเขตภัยพิบัติ แก้ PM2.5 เร่งด่วน ท้า “สุชาติ” หากไม่ดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ให้ลาออก ซัดรัฐบาล “ดีแต่ลมปาก” ปล่อยไทยอากาศแย่อันดับ 1 โลก
นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยระบุว่า ขณะนี้ประชาชนในภาคเหนือกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์ฝุ่นพิษ หลายคนมีอาการป่วย แน่นหน้าอก เลือดกำเดาไหล และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดมากที่สุดในประเทศ อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง โดยปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำซากทุกปีในช่วงเดือนมีนาคม
โดยมีสาเหตุหลักจากไฟป่าและการเผาในพื้นที่ รวมถึงปัญหาฝุ่นข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง แต่ที่ผ่านมารัฐบาลกลับละเลย ไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงวิกฤต พร้อมระบุว่า ขณะนี้ 9 จังหวัดภาคเหนือเข้าเกณฑ์ครบถ้วนในการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ แต่มีเพียงจังหวัดเชียงใหม่ที่ประกาศเขตภัยพิบัติกรณีอัคคีภัยเท่านั้น ขณะที่ยังไม่มีการประกาศในกรณีฝุ่น PM2.5 ซึ่งการประกาศดังกล่าวจะช่วยปลดล็อกงบประมาณฉุกเฉินรวมกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้แก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที
“ลมหายใจของประชาชนมีความหมายกับรัฐบาลหรือไม่ หากยังมีความหมาย ขอให้เร่งประกาศเขตภัยพิบัติ PM2.5 ทั้ง 9 จังหวัด ยกระดับเป็นภัยระดับ 3 ให้นายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ เพื่อบูรณาการทุกหน่วยงานแก้ปัญหาอย่างเต็มกำลัง”
สำหรับแนวทางการแก้ไข นายภัทรพงษ์ เสนอให้ใช้กลไกชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลพื้นที่ป่า เฝ้าระวังและควบคุมไฟป่า พร้อมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตามระดับความเสี่ยงของพื้นที่ รวมถึงการนำข้อมูลพื้นที่เผาไหม้และแผนที่ความแห้งแล้งมาวิเคราะห์ เพื่อป้องกันการขยายตัวของจุดความร้อน
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ดูแลเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าและกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการสนับสนุน “มุ้งสู้ฝุ่น”จากงานวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งสามารถลดฝุ่นได้ถึง 75% การจัดตั้งห้องปลอดฝุ่น และการแจกหน้ากาก N95 ให้ประชาชนอย่างทั่วถึง
ส่วนในประเด็นฝุ่นข้ามแดน นายภัทรพงษ์เรียกร้องให้รัฐบาลยกระดับปัญหาเข้าสู่ศูนย์ประสานงานอาเซียนด้านภัยพิบัติ เพื่อให้ประเทศสมาชิกเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันต้องเร่งแก้ไขมาตรการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับการเผา โดยปิดช่องโหว่การให้ผู้นำเข้ารับรองตนเองโดยไม่มีการตรวจสอบ และให้กระทรวงพาณิชย์กำหนดมาตรการตรวจสอบย้อนกลับอย่างเข้มงวด
นายภัทรพงษ์ ยังวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่า ที่ผ่านมาขาดความจริงจังในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการปล่อยให้ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ตกไป พร้อมท้าให้นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมาชี้แจงต่อสาธารณะ และยืนยันว่าหากไม่สามารถนำร่างกฎหมายดังกล่าวกลับเข้าสู่การพิจารณาภายในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ ควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง
“หากรัฐบาลยังไม่ดำเนินการใดๆ ขอให้เอาความทุกข์ของประชาชนมาใส่ใจบ้าง เพราะวันนี้ประชาชนไม่สามารถทนอยู่กับอากาศแบบนี้ได้อีกต่อไปแล้ว”
ช่วงท้าย นายภัทรพงษ์ เรียกร้องให้รัฐบาลยุติการบริหารงานแบบสั่งการและข่มขู่ในลักษณะสายการบังคับบัญชา ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีไปจนถึงเจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่ พร้อมขอให้นายกรัฐมนตรีตระหนักถึงสถานการณ์ โดยระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาฝุ่นพิษรุนแรงจนติดอันดับ 1 ของโลก และควรแสดงความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ พรรคประชาชน ย้ำว่า ญัตติด่วนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และหวังว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนให้เกิดการดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือโดยเร็วที่สุด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews